รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564
ผลของระยะการเก็บเกี่ยวและสภาวะการเก็บรักษาต่อการเปลี่ยนแปลงสารระเหยให้กลิ่นในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล
สุทธิวัลย์ สีทา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2564 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาระยะการเก็บเกี่ยวและสภาวะการเก็บรักษาที่แตกต่างกันต่อต่อการเปลี่ยนแปลงของสารระเหย (Volatile Compounds: VOCs) ในผลสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล โดยใช้วิธีการสกัดแบบเฮดสเปซ โซลิดเฟสไมโครเอกซ์แทรกชัน (HS-SPME) ร่วมกับแก๊สโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโตรเมทรี (GC-MS) พบว่า VOCs ของผลสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลที่เก็บเกี่ยวในระยะสุกแก่เต็มที่ พบว่ามีสารระเหย 27 ชนิด โดยในพันธุ์ภูแล แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เอสเทอร์ 6 ชนิด และ เทอร์พีน 21 ชนิด และพันธุ์นางแล แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ เอสเทอร์ 9 ชนิด เทอร์พีน 14 ชนิด อัลดีไฮด์ 2 ชนิด, ฟีนอล 1 ชนิด และไฮโดรคาร์บอน 1 ชนิด นอกจากนี้ยังตรวจพบสารที่ทำให้เกิดกลิ่นที่สำคัญของสับปะรด เช่น methyl 2-methylbutanoate, ethyl 2-methylbutanoate และ 1,3,5,8-undecatetraene จากนั้นนำผลสับปะรดที่เก็บเกี่ยวในระยะที่เปลือกมีสีเขียวเข้มนำมาเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (24?C) เป็นระยะเวลา 4 วัน หรือเก็บไว้ที่ 13 ?C เป็นเวลา 21 วัน ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ VOCs ในผลสับปะรดที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิแตกต่างกัน พบว่ากรดไขมันบางส่วนสลายไปและไม่พบเทอร์ปีนในสับปะรดทั้งสองสายพันธุ์ คุณลักษณะด้านคุณภาพ เช่น ความสว่างของสีเปลือก (L*) ค่าการเปลี่ยนแปลงของสีเปลือก (Hue angle) ปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายน้ำได้ (TSS) ปริมาณกรดที่ไทเทรทได้ (TA) และอัตราส่วน TSS/TA นำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อบ่งชี้ดัชนีการเก็บเกี่ยวผลสับปะรด
คำสำคัญ
GC-MSPineappleสับปะรดVolatile compoundsRipeningสารระเหยHarvest maturityการสุกHS-SPMEระยะการเก็บเกี่ยว
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
โครงการ การวิเคราะห์จีโนมและสารเคมีในพืชสกุลพริกไทยที่มีกลิ่นเหมือนพลู
อรุณรัตน์ ฉวีราช มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558 ผลการใช้น้ำหมักชีวภาพในการควบคุมกลิ่น ในคอกสุกร
นายจำรัส ใจลังกา กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2551 การพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงและการเพิ่มศักยภาพการผลิตในการสกัดกลิ่นหอมของกล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้บางชนิดเพื่อเป็นต้นแบบการนำไปใช้ประโยชน์ด้านเครื่องสำอางและการอนุรักษ์
จุฑามาศ พิลาดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2567 องค์ประกอบและความคงตัวของสารให้กลิ่นรสในชาเจียวกู่หลานผงระหว่างการเก็บรักษา
วริพัสย์ อารีกุล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2557 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสสาหร่ายปรุงรส
จิราพร รุ่งเลิศเกรียงไกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552 การเปรียบเทียบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากลําาต้นและใบของตะไคร้หอมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
วุฒิชัย ศรีช่วย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2560 การใช้ประโยชน์จากพืชวงศ์ขิง: กากเหง้าขิงดูดซับสารให้ความชุ่มชื้น เพื่อประยุกต์ใช้เป็นสครับขัดผิวในธุรกิจสปาไทย
พรพัสนันท์ เดชประสิทธิโชค มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561 การวิเคราะห์ชนิด และปริมาณของสารใหม่ที่ให้ลักษณะเฉพาะของกลิ่นหอมในข้าวหอมดอกมะลิ 105 โดยวิธีก๊าซโครมาโตรกราฟฟี-โอแฟคโตมิเตอร์ ก๊าซโครมาโตรกราฟฟี-พีเอฟพีดี และ ก๊าซโครมาโตกราฟฟี-แมสสเปคโตรมิเตอร์
กาญจนา มหัทธนทวี มหาวิทยาลัยสยาม พ.ศ. 2554 ความแตกต่างของสารประกอบที่ให้กลิ่นในเนื้อสุกรอบจากสุกร ซีพี คูโรบูตะ และสุกรลูกผสมสามสาย (ลาจไวท์ x แลนด์เรซ x ดูรอค)
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พ.ศ. 2560 การประเมินฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ ไทโรซิเนส และพฤกษเคมี ของสารสกัดหยาบและน้ำมันหอมระเหยจากข่าป่าและการประเมินความปลอดภัย โรออนระงับกลิ่นทางคลินิก
ศรีสุดา หาญภาคภูมิ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2562