การพัฒนาระบบให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้งเพื่อควบคุมคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาสับปะรดพันธุ์ภูแลที่อุณหภูมิต่ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสร้างระบบให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้ง (dry mist humidifying system: DMHS) ในห้องเย็น และศึกษาผลของการให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทรไลต์ ชนิดแห้งต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพและอายุการเก็บรักษาสับปะรดพันธุ์ภูแลในระหว่างการเก็บรักษา โดย ศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพในด้านกายภาพ คือ เปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนัก การเกิดอาการไส้สีน้ำตาล ความแน่นเนื้อ สีและเปอร์เซ็นต์การเกิดโรค และคุณภาพด้านเคมี คือ ปริมาณวิตามินซี ปริมาณกรดที่ไทเทรต ได้และปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด การให้ความชื้นจะมีการพ่นหมอกจำนวน 4 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง แต่ละรอบห่างกัน 2 ชั่วโมง ผลวิจัยพบว่าความชื้นสัมพันธ์ในห้องเย็นที่ติดตั้งระบบให้ความชื้นด้วยหมอกชนิด แห้งมีค่าเฉลี่ย 94.27+0.35 เปอร์เซ็นต์ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา ซึ่งอยู่ในช่วงความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม สำหรับการเก็บรักษาสับปะรดผลสด (90-95 เปอร์เซ็นต์) สับปะรดพันธุ์ภูแลจะถูกเก็บรักษาที่อุณหภูมิ10 องศาเซลเซียส โดยแบ่งเป็น 3 สภาวะ ได้แก่ ให้ความชื้นด้วยหมอกชนิดแห้ง (ผลิตจากน้ำ) ให้ความชื้นด้วย หมอกอิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้ง (ผลิตจากน้ำอิเล็กโทรไลต์) และไม่ให้ความชื้น (ชุดควบคุม) เป็นเวลา 35 วัน จากนั้นย้ายไปไว้ที่อุณหภูมิ25 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 7 วัน ผลวิจัยพบว่าตัวอย่างที่ให้ความชื้นด้วยหมอก อิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้ง (ผลิตจากน้ำอิเล็กโทรไลต์ความเข้มข้น 100 ppm) และหมอกชนิดแห้ง (ผลิตจากน้ำ) มี การสูญเสียน้ำหนักน้อยกว่าตัวอย่างที่ไม่ให้ความชื้น คือ 13.40+1.03 และ 19.07+1.21 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ นอกจากนี้ตัวอย่างที่ไม่ให้ความชื้นยังพบการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลในวันที่ 21 ของการ เก็บรักษา ในขณะที่ตัวอย่างที่ให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้งและหมอกชนิดแห้งพบอาการไส้สี น้ำตาลน้อยกว่าซึ่งพบในวันที่ 21 และ 28 ตามลำดับ อาการไส้สีน้ำตาลถูกพบเพิ่มขึ้นระหว่างการเก็บรักษา โดยเฉพาะเมื่อย้ายตัวอย่างจาก 10 องศาเซลเซียส ไปยัง 25 องศาเซลเซียส สำหรับความแน่นเนื้อ สีวิตามินซี ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้และปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด พบว่าการให้ความชื้นด้วยหมอกสามารถ ชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพเหล่านี้ได้ดีกว่าตัวอย่างที่ไม่ให้ความชื้น แต่ไม่มีความแตกต่างทางนัยสำคัญ ในทางกลับกันเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคในตัวอย่างที่ให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทรไลต์ชนิดแห้งและหมอกชนิด แห้งมีค่าสูงกว่าตัวอย่างที่ไม่ให้ความชื้น ซึ่งหากเพิ่มความเข้มข้นของน้ำอิเล็กโทรไลต์ที่ใช้เป็นตัวกลางในการ ผลิตหมอกชนิดแห้ง น่าจะสามารถลดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ ดังนั้นการให้ความชื้นด้วยหมอกอิเล็กโทร ไลต์ชนิดแห้งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขนส่งสับปะรดผลสดและผลไม้ชนิดอื่นๆ ส่งออกไปต่างประเทศ