การผลิตก๊าซชีวภาพจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้ง ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษา เกี่ยวกับการผลิตก๊าซชีวภาพจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้ง ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้ง ได้แก่ เปลือก แกน จุก และก้านสับปะรด โดยนำมาผสมกับมูลโค เพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตก๊าซชีวภาพ ผลการวิจัยพบว่า วัตถุดิบจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้งและมูลโคที่อัตราส่วน 1:1 จะเกิดก๊าซในวันที่ 6 ในขณะที่อัตราส่วน 1:0 จะเกิดก๊าซในวันที่ 4 และปริมาณก๊าซจะค่อยเพิ่มขึ้นพร้อมกับปริมาณของก๊าซมีเทน โดยก๊าซมีเทนและปริมาณก๊าซจะมีปริมาณมากขึ้นหลังจากเกิดก๊าซประมาณ 7 วัน และหลังจากนั้นจะค่อยๆลดลง จากการเปรียบเทียบการเกิดก๊าซระหว่างการหมักวัตถุดิบจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้งและมูลโคที่อัตราส่วน 1:1 กับการหมักวัตถุดิบจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้งและมูลโคที่อัตราส่วน 0:1 ก็มีปริมาณก๊าซใกล้เคียงกัน แต่การหมักโดยใช้มูลโคอย่างเดียวพบว่าการเกิดก๊าซจะใช้เวลาในการเกิดก๊าซสั้นกว่า เนื่องจากมีแต่ปริมาณมูลโคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จากการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์โดยคิดจากปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ 400 – 600 ลิตรต่อวันพบว่า สามารถใช้แทนก๊าซหุงต้มได้ 7.5 ชั่วโมง ผลตอบแทนจากการประหยัดก๊าซหุงต้มสามารถทำการประหยัดได้ 432 บาท / เดือน หรือ 12,960 บาท/ปี และผลตอบแทนสำหรับการผลิตปุ๋ยชีวภาพอยู่ที่ 1,800 บาท / เดือน หรือ 54,000 บาท/ปี