Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การปรับปรุงกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากใบและจุกสับปะรด

จุฬารัตน์ หงส์วลีรัตน์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาผลของปัจจัยในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากเยื่อใบและจุกสับปะรดสายพันธุ์ศรีราชาโดยการขึ้นรูปด้วยความร้อน ได้แก่ ขนาดของวัตถุดิบในการเตรียมเยื่อทางเคมี สภาวะในการตีป่น (เวลาที่ใช้) และสภาวะในการขึ้นรูป (อุณหภูมิและเวลา) ต่อคุณภาพของบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากเยื่อใบและจุกสับปะรด ผลการศึกษาขนาดของวัตถุดิบพบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรดความยาว 2 ซม. มีการจัดเรียงตัวของเยื่อหนาแน่นกว่าเล็กน้อย ขอบจานและก้นจานมีความหนาน้อยกว่า มีค่าการดูดซึมน้ำและค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุต่ำกว่า แต่มีค่าความสว่าง ค่าความเป็นสีแดง และค่าความเป็นสีเหลืองสูงกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรด ผลการศึกษาเวลาที่ใช้ในการตีป่นพบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรดที่ใช้เวลาในการตีป่น 25 วินาที มีการจัดเรียงตัวของเยื่อหนาแน่นกว่า ขอบจานและก้นจานมีความหนาน้อยกว่า มีค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุสูงกว่า มีค่าความสว่าง และค่าความเป็นสีเหลืองสูงกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรดที่ใช้เวลาในการตีป่น 15 วินาที แต่เวลาที่ใช้ในการตีป่นไม่มีผลต่อการดูดซึมน้ำและปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรด ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรดความยาว 2 เซนติเมตร ที่ใช้เวลาในการตีป่น 15 และ 25 วินาที มีการจัดเรียงตัวของเยื่อหนาแน่นไม่แตกต่างกัน ค่าการดูดซึมน้ำ ค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุ ค่าความสว่าง ค่าความเป็นสีแดง และค่าความเป็นสีเหลืองของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เวลาในการตีป่น 15 และ 25 วินาที แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p?0.05) แต่ความหนาของขอบจานและก้นจานที่ใช้เวลาในการตีป่น 25 วินาที มีค่าน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เวลาในการตีป่น 15 วินาที และปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรดที่ใช้เวลาในการตีป่น 25 วินาที มีค่ามากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เวลาในการตีป่น 15 วินาที ผลการศึกษาอุณหภูมิและเวลาในการขึ้นรูปพบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรดที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 150?C 20 นาที และ 200?C 1 นาที มีการจัดเรียงตัวของเยื่อหนาแน่นไม่แตกต่างกัน ความหนาของขอบจานไม่แตกต่างกันแต่ความหนาของก้นจานที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 200?C 1 นาที มีค่ามากกว่า ค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุและปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 200?C 1 นาที มีค่าน้อยกว่า แต่อุณหภูมิและเวลาในการขึ้นรูปไม่มีผลต่อการดูดซึมน้ำของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรด ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรดความยาว 2 เซนติเมตร ที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 150?C 20 นาที และ 200?C 1 นาที มีการจัดเรียงตัวของเยื่อหนาแน่นไม่แตกต่างกัน ความหนาของขอบจานและก้นจาน ค่าการดูดซึมน้ำ และค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุแตกต่างกันอย่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p?0.05) แต่ปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 200?C 1 นาที มีค่าน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อุณหภูมิในการขึ้นรูป 150?C 20 นาที จากผลการวิจัยทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ขนาดของวัตถุดิบในการเตรียมเยื่อทางเคมีมีผลต่อคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ขึ้นรูปในทุกด้าน สภาวะในการตีป่น (เวลาที่ใช้) มีผลต่อการจัดเรียงตัวของเยื่อ ความหนา ค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุ และค่าสีของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรด แต่มีผลเฉพาะความหนาและปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรด และสภาวะในการขึ้นรูป (อุณหภูมิและเวลา) มีผลต่อค่าการต้านทานแรงทิ่มทะลุและปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อจุกสับปะรด แต่มีผลเฉพาะปริมาณความชื้นของบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปจากเยื่อใบสับปะรด

คำสำคัญ

ใบสับปะรดBiodegradable Food Packagepineapple crownpineapple turgid leafthermoformed molded pulpจุกสับปะรดบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้ทางชีวภาพเยื่อขึ้นรูปด้วยความร้อน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตไซเดอร์จากผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูปสับปะรดเพื่อพัฒนาเป็นเครื่องดื่มช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะความผิดปกติของเมแทบอลิก

ปณคพร วรรณานนท์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ฉลาดชนิดบ่งชี้การเสื่อมเสียของสับปะรดพันธุ์ภูแลตัดแต่งพร้อมบริโภคเพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย

พันธ์สิริ สุทธิลักษณ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560

การพัฒนากระบวนการผลิตกรดซิตริกจากสับปะรดเหลือทิ้งโดยกระบวนการหมัก

ศักดิ์ชาย เพ็ชรตรา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

การออกแบบ และสร้างเครื่องผลิตอาหารสัตว์จากเศษเหลือของสับปะรดพันธ์นางแล และพันธ์ภูแล

เสกสรรค์ วินยางค์กูล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดจากสับปะรด สำหรับสุกรหลังหย่านมและไก่กระทง เพื่อเพิ่มการย่อยได้ปรากฏของโภชนะ สมรรถนะการผลิต และสุขภาพทางเดินอาหาร

พิทักษ์พล พรเอนก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2565

การพัฒนากระบวนการตกตะกอนเอนไซม์โบรมีเลนจากต้นสับปะรดแบบต่อเนื่อง

ปราโมทย์ คูวิจิตรจารุ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้วัตถุดิบเหลือทิ้งจากการเกษตรเพื่อเพิ่มการผลิตลิปิดของยีสต์โอลีจินัสสำหรับเตรียมเป็นไบโอดีเซล

จิดาภา ทิน้อย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

การผลิตน้ำตาลไซโลสจากเปลือกสับปะรด

ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การผลิตก๊าซชีวภาพจากสิ่งของเหลือทิ้งจากการผลิตสับปะรดอบแห้ง ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

อัญชณา อุประกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559

การผลิตไบโอดีเซลจากจุลินทรีย์ที่คัดเลือกแล้ว ในอาหารที่เตรียมได้จากกากสับปะรด

จิดาภา ทิน้อย สาขาวิชาชีววิทยา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553