Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้จากเยื่อกัญชงและไผ่

รังสิมา ชลคุป สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ศึกษาการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากกัญชงและไผ่ ภายใต้กรอบแนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำการศึกษาโดยกำหนดสภาวะการผลิตเยื่อโดยวิธีการต้มด้วยสารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำแกนกัญชงมาศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตเยื่อกัญชงด้วยวิธีพื้นผิวตอบสนอง (Response surface methodology, RSM) จำนวน 13 การทดลอง ซึ่งได้เยื่อจากแกนกัญชงที่เตรียมได้จากการต้มเยื่อด้วยด่างในระบบปิดภายใต้สภาวะที่เหมาะสม คือ ต้มด้วยสารโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) ที่ความเข้มข้น 25% อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 76.12 นาที จากนั้นจึงนำเยื่อกัญชงที่ได้จากการต้ม ทดลองขึ้นรูปกระดาษที่น้ำหนักมูลฐานกระดาษ 100 กรัมต่อตารางเมตร โดยทำการเปรียบเทียบการขึ้นรูปกระดาษแบบไม่ใส่สารเคมีและใส่สารเคมีเพิ่มประสิทธิภาพกระดาษ ที่อัตราส่วนเยื่อกัญชงต่อเยื่อไผ่ 11 อัตราส่วนดังนี้ 100:0, 90:10, 80:20, 70:30, 60:40, 50:50, 40:60, 30:70, 20:80, 10:90 และ 100:0 แล้วทำการทดสอบสมบัติของกระดาษ คือ ความสามารถในการตกค้าง, ค่าดัชนีความแข็งแรงต่อการฉีกขาด, ค่าดัชนีความแข็งแรงต่อแรงดึง, ความหนา, ดัชนีความต้านแรงดันทะลุ และค่าความสว่าง ผลที่ได้พบว่า อัตราส่วนเยื่อกัญชงที่เพิ่มขึ้นทำให้สมบัติของกระดาษดีขึ้น และกระดาษที่ใส่สารเคมีมีสมบัติที่ดีกว่าที่ไม่ใส่สารเคมี ดังนั้นจึงเลือกกระดาษที่ใส่สารเคมีเป็นหลัก และค่าในการทดสอบสมบัติของทั้ง 11 อัตราส่วนมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณเยื่อกัญชงที่เพิ่มขึ้นและปริมาณเยื่อไผ่ที่ลดลง เมื่อทำการวิเคราะห์ต้นทุน เยื่อกัญชงมีต้นทุนที่สูงกว่าเยื่อไผ่ ดังนั้นเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ไม่สูงจนเกินไปและเกณฑ์ผลทดสอบค่าสมบัติต่าง ๆ เป็นเกณฑ์ที่ยอมรับได้ จึงสรุปได้ว่า อัตราส่วนเยื่อกัญชงต่อเยื่อไผ่ 10:90 เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสม ในการพัฒนาขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ คือ แบบถาด และแบบถ้วย ที่ปริมาตรบรรจุ 500 มิลลิลิตร ซึ่งคิดต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ 5.76 บาท ต่อหน่วย แพงกว่าบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย อย่างไรก็ตามในการทดสอบการตลาด พบว่า เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพมีความต้องการสูง และเทรนด์การใช้วัตถุดิบจากกัญชงและไผ่ จะเป็นที่นิยมในวงจำกัด ดังนั้นการนำเสนอบรรจุภัณฑ์กัญชงไผ่นี้ จะมีแนวโน้มที่จะตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ของตลาดเฉพาะกลุ่ม (nitch market)

คำสำคัญ

BambooBiodegradableไผ่Food packagingHempกัญชงบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตวัสดุบำบัดน้ำบาดาลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค

นภารัตน์ จิวาลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยจุลินทรีย์จากกอไผ่

วิไลลักษณ์ โคมพันธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2555

การพัฒนาชุดอุปกรณ์ลำเลียง เพื่อลดของเสียในกระบวนการผลิต

สุวิมล เทียกทุม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2563

การผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือทิ้งจากมันสำปะหลังของชุมชนบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

วงศ์ผกา พิมพา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2555

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารจากเศษเหลือทิ้งจากข้าวเพื่อใช้ในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์: กรณีศึกษาอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

พงษ์ศักดิ์ จิตตบุตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2564

การศึกษาเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าตามธรรมชาติจากใบไผ่

ศิริพรรณ โสภณเสถียร สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พ.ศ. 2556

ศึกษาการเก็บรักษา การแปรรูป และการบรรจุหีบห่อหน่อไม้ไผ่เลี้ยง

ศิริภัทชรินทร มหาวีรวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2553

การประยุกต์ใช้วัตถุดิบเหลือทิ้งจากการเกษตรเพื่อเพิ่มการผลิตลิปิดของยีสต์โอลีจินัสสำหรับเตรียมเป็นไบโอดีเซล

จิดาภา ทิน้อย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

การศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หน่อไม้ไผ่ตง

ศรีเวียง ทิพกานนท์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2551

สมบัติเคมี-กายภาพ และการดูดซับธาตุอาหารพืชของถ่านชีวภาพที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรชนิดต่างๆ

ประไพพิศ ศรีมาวงษ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557