การใช้ประโยช์จากเส้นใยของเปลือกและลำต้นหอมแดงเพื่อผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์งานวิจัยคือ 1) ศึกษาการนำเปลือกและลำต้นหอมแดงเป็นวัตถุดิบในการผลิตเยื่อกระดาษ 2) ศึกษาคุณสมบัติของเยื่อกระดาษจากเปลือกและลำต้นหอมแดง 3) ศึกษาชนิดของสารที่เหมาะสมในการเพิ่มคุณสมบัติของเยื่อกระดาษจากเปลือกและลำต้นหอมแดง และ 4) ออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์จากเยื่อกระดาษที่ผลิตจากเปลือกและลำต้นหอมแดง พบว่า การใช้ H2O2 เข้มข้น 14% ในการต้มเยื่อทำให้กระดาษมีค่าความสว่างสูงที่สุด (L*=61.15) กระดาษทั้งหมดมีค่าเข้าใกล้สีแดงและสีเหลือง โดยการต้มเยื่อด้วย NaOH เข้มข้น 14% ทำให้กระดาษมีค่าเข้าใกล้สีแดงสูงสุด (a*=7.27) และการต้มเยื่อด้วย H2O2 เข้มข้น 14% ทำให้กระดาษมีค่าเข้าใกล้สีเหลืองสูงสุด (b*=19.33) ทั้งนี้การใช้ทั้ง NaOH และ H2O2 ในการต้มเยื่อนั้นเมื่อขึ้นรูปกระดาษ 2 รอบ ทำให้กระดาษแต่ละรอบมีค่าสีแตกต่างกันในทุกสภาวะ แต่ที่ร้อยละความแตกต่างของ L* น้อยที่สุด (0.60%) คือ ต้มด้วย NaOH เข้มข้น 14% ค่า a* ต่างกันน้อยที่สุด (0.43%) เมื่อต้มด้วย H2O2 เข้มข้น 14% และค่า b* ต่างกันน้อยที่สุดเมื่อต้มด้วย H2O2 เข้มข้น 8% กระดาษมีค่าความต้านทานแรงฉีกขาดสูงสุดเมื่อนำเยื่อสามาผสม 75% มีค่าเท่ากับ 3,181 กรัมแรง มีความหนา 214 ไมครอน นอกจากนี้การนำสารละลายไคโตซานใช้ผสมเยื่อหอมในการขึ้นรูปกระดาษทำให้กระดาษมีคุณสมบัติต้านทานการซึมน้ำมากกว่า 240 วินาที ซึ่งทำให้หยดน้ำไม่สามารถทะลุผ่านกระดาษได้ ต้นแบบบรรจุภัณฑ์จำนวน 3 ชิ้น ถูกออกแบบด้วยการใช้เทคนิคการสาน เมื่อนำไปสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมความพึงพอใจเท่ากับ 3.57 อยู่ในระดับมาก ซึ่งพึงพอใจโดยรวมมากที่สุดกับบรรจุภัณฑ์รูปแบบที่ 3 ซึ่งใช้กระดาษจากเปลือกและลำต้นหอมแดง 100% การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กลุ่มเป้าหมาย พบว่า สมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตหัวพันธุ์หอมแดงและกระเทียมบ้านโฮ่ง ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้ตอบแบบสอบถามจำนวน 20 คน พึงพอใจโดยรวมในการเข้าร่วมกิจกรรมระดับมากที่สุด ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ซึ่งมีความต้องการให้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมอาชีพเช่นนี้อีกต่อไปในอนาคต