กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ัญหาผลผลิตสับปะรดล้นตลาดที่เกิดขึ้นเกือบทุกปีมีสาเหตุจากการออกดอกตามธรรมชาติที่ ถูกชักนำด้วยอากาศเย็นช่วงฤดูหนาว เพื่อที่จะลดปัญหาเหล่านี้จึงได้ทำการวิจัยหาวิธียับยั้งการออก ดอกตามธรรมชาติโดยให้สาร paclobutrazol และ NAA กับต้นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียและ MD2 ใน ปริมาณสารและช่วงเวลาต่างกัน ทดสอบการยับยั้งการชักนำดอกโดยใช้สารเอทิฟอนและการชักนำด้วย อุณหภูมิต่ำตามธรรมชาติ หา C/N ratio ในต้นและใบที่สัมพันธ์กับการออกดอก ทดสอบขนาดต้นเมื่อ ถูกชักนำดอกต่ออัตราการออกดอก ทดสอบความคงทนของสารยับยั้งต่อการชักนำดอกภายหลัง และ ทดสอบการใช้ NAA ในการยับยั้งดอกตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมแหล่งปลูกสับปะรดที่แตกต่างกัน จากผลการวิจัยพบว่าในสับปะรดปัตตาเวียการให้ NAA 10-15 mg/ต้น นาน 4-10 สัปดาห์ก่อนชักนำ ดอกด้วยเอทิฟอน ทำให้มีการออกดอกเพียง 0-6% ตามด้วยการให้ paclobutrazol แต่การให้ยูเรีย ยับยั้งดอกได้น้อย ส่วนในพันธุ์ MD2 การให้ NAA 10-15 mg/ต้น สามารถยับยั้งดอกได้เล็กน้อยแต่ paclobutrazol 2-3 mg/ต้น และยูเรีย 2.5 g/ต้น (5%) ไม่สามารถยับยั้งดอกได้ การสะสมคาร์บอน ไนโตรเจน และ C/N ratio ในต้นและใบไม่สัมพันธ์กับการออกดอกของสับปะรดทั้งสองพันธุ์ ต้น สับปะรดปัตตาเวียที่มีขนาดน้ำหนักสดต้นเมื่อชักนำดอก 2 กิโลกรัม/ต้น มีอัตราการออกดอกมากกว่า ต้นขนาด 2.5 กิโลกรัม/ต้น การทดสอบความคงทนของสารยับยั้งต่อการชักนำดอกด้วยเอทิฟอนพบว่า ต้นสับปะรดสามารถชักนำให้ออกดอกได้ตามปกติหลังได้รับสารยับยั้งแล้วนานกว่า 5-6 เดือน การ ทดสอบใช้ NAA ยับยั้งดอกสับปะรดปัตตาเวียตามธรรมชาติหลายพื้นที่ปลูกในปี 2564-65 พบว่า การ ให้ NAA 10-15 mg/ต้น สามารถยับยั้งดอกได้ 70-74% ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพความหนาวเย็นในแต่ละพื้นที่ จากผลการวิจัยจึงสรุปวิธีลดการออกดอกตามธรรมชาติของสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียได้ว่าในช่วงปลายฤดู ฝน (หรือก่อนอุณหภูมิลดลงประมาณหนึ่งเดือน) ควรพ่นสาร NAA 10 mg/ต้น กับต้นสับปะรด สามารถ ช่วยลดการออกดอกตามธรรมชาติได้มากกว่า 70% จากนั้นสามารถชักนำดอกด้วยเอทิฟอนในช่วง มีนาคม-เมษายน แต่ต้องมีน้ำให้ก่อนชักนำดอก เพื่อให้ได้ผลผลิตเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงที่ มีผลผลิตน้อย คำสำคัญ การชักนำดอก NAA พาโคลบิวทราโซล C/N ratio
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments