บทบาทของริ้นน้ำเค็มในการเป็นพาหะนำโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในภาคใต้ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การสำรวจริ้นน้ำเค็ม (Culicoides) วงศ์ Ceratopogonidae อันดับ Diptera ในพื้นที่โรคอุบัติใหม่ กาฬโรคแอฟริกา (African Horse Sickness) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ม้าตาย 568 ตัว ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา สระบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น เมื่อเปรียบเทียบริ้นน้ำเค็มในคอกม้ากับจังหวัดนราธิวาสและสงขลา พบว่า ริ้นน้ำเค็มที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญในพื้นที่ระบาดกาฬโรคแอฟริกาในม้า เช่น C. oxytoma (50.84%), C. imicola (15.71%), C. innoxius (12.69%) และชนิดอื่นๆ (20.76%) แต่ไม่พบการระบาดของ Subgenus Avaritia โดยเฉพาะอย่างยิ่ง C. imicola ในพื้นที่คอกม้าในนราธิวาสและสงขลา ริ้นน้ำเค็มที่เป็นพาหะหลักในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ Subgenus Trithecoides และ C. peregrinus ในการสำรวจริ้นน้ำเค็มตามชายทะเล คอกแพะ คอกไก่ คอกเป็ด คอกวัว และคอกหมู ในพื้นที่สงขลา พัทลุง ภูเก็ต ตรัง กระบี่และนราธิวาส พบริ้นน้ำเค็ม แตกต่างชนิดกันในแต่ละคอก ริ้นน้ำเค็มในจังหวัดนราธิวาส สงขลาและพัทลุง มีสหสัมพันธ์เชิงบวก (positive correlation) กับจำนวนของสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม โดยมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ r=0.5 (P value < 0.001) และในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของริ้นน้ำเค็มในคอกสัตว์ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดตรังเป็นพื้นที่เปรียบเทียบพบว่า คอกวัว มีค่าดัชนีสูงสุด (H = 1.939) ตามด้วยคอกหมู (H = 1.60), คอกไก่ (H = 1.196) และคอกแพะ (H = 1.140) ตามลำดับ ในการศึกษาครั้งนี้ ริ้นน้ำเค็มในภาคใต้ของประเทศประมาณ 44 ชนิด ได้รายงานลำดับนิวคลีโอไทด์ส่วนของ COI ครั้งแรกของริ้นน้ำเค็มทั้งหมด 26 ชนิด ดังนี้ C. arenicola, C. baisasi, C. barnetti, C. brevipalpis, C. bubalus, C.circumbasalis, C. cordiger, C. elbeli, C. flumineus, C. gewertzi, C. hegneri, C. insignipennis, C. kinari, C. liui, C. niphanae, C. palawanensis, C. palpifer, C. pampangensis, C. parahumeralis, C.peliliouensis, C. pseudocordiger, C. quatei, C. spiculae, C. sumatrae, C. tamada และ C. yasumatsui ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มใหม่ (novel BINs) งานวิจัยนี้ใช้ mitochondrial COI DNA barcodes พบริ้นน้ำเค็มที่ไม่สามารถใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาในการจำแนกชนิด C. menglaensis ซึ่งมีลักษณะสัณฐานวิทยาเหมือนกับ C. elbeli จากการเปรียบเทียบลำดับดีเอนเอจากประเทศอื่นๆ ที่มีชนิดริ้นน้ำเค็มที่เป็นสปีชีส์ที่มีความซับซ้อน 12 ชนิด ดังนั้น ฐานข้อมูลทางด้าน DNA barcode มีส่วนช่วยในการจำแนกชนิดริ้นน้ำเค็ม