การสำรวจและเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาและโรคติดเชื้อที่สำคัญ เพื่อป้องกันโรคระบาดระหว่างสัตว์และคนในสัตว์ป่าต่างประเทศกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลาน ในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การสำรวจและเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาและโรคติดเชื้อที่สำคัญเพื่อป้องกันโรคระบาดระหว่างสัตว์และคน ในสัตว์ป่าต่างประเทศกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลาน ในประเทศไทยอมรรัตน์ ว่องไว1 นัฐกานต์ สุตนนท์1 อัจฉรียา โชติภิวัฒน์1 ภูชิต แซ่กง2 เจริญชัย โตไธสง2 ฤทัยรัตน์ สงจันทร์2 กิรณา นรเดชานนท์2 ธนาวดี ภัยชนะ2 ใกล้รุ่ง พูลผล1 ไพศิลป์ เล็กเจริญ1บทคัดย่อการเกิดโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในปัจจุบัน เช่นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีข้อสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อมาจากสัตว์ป่า สร้างความเสียหายทางด้านสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับโลก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำสัตว์ป่าต่างประเทศเข้ามาเป็นสัตว์เลี้ยง จัดแสดง และค้าขาย เพิ่มโอกาสในการเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์ และระหว่างสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาและโรคติดเชื้อที่สำคัญในสัตว์ป่าต่างประเทศกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานที่นำเข้ามาในประเทศไทย วิธีการศึกษาใช้การศึกษาแบบภาคตัดขวางโดยทำการสำรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาและเชื้อก่อโรคที่สำคัญ ได้แก่ เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ เชื้อไวรัสพารามิกโซ เชื้อไวรัสฝีดาษลิง เชื้อไวรัสอะดีโน และเชื้อไวรัสเรบีส์ ในสัตว์ป่าต่างประเทศกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดที่เลี้ยงแบบคลุกคลีกับมนุษย์ ได้แก่ สัตว์ในตระกูลแมว ตระกูลไพรเมต ตระกูลสัตว์ฟันแทะ และกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน โดยเก็บตัวอย่างสวอบปากและสวอบช่องทวารใส่ลงใน Viral transport media (VTM) และ Lysis buffer เพื่อนำไปสกัดหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผลการศึกษาได้ทำการเก็บตัวอย่างรวมทั้งหมด 110 ตัวอย่าง จากสัตว์ที่ได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อม 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน (n = 45) 2. อยู่ในตลาดค้าสัตว์ ( n = 31) 3. ฟาร์มหรือสถานที่เพาะพันธุ์ที่มีการนำเข้าและเพาะพันธุ์สัตว์ป่าต่างประเทศ (n = 32) และ 4. อยู่ในการครอบครองส่วนบุคคลและถูกนำมาตรวจสุขภาพ ณ สถานพยาบาลสัตว์ (n = 2) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 54 ตัวอย่าง (ร้อยละ 49) และสัตว์เลื้อยคลาน 56 ตัวอย่าง (ร้อยละ 51) ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการตัวอย่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์จำนวน 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.64 จากตัวอย่างทั้งหมด และร้อยละ 7.41 ของตัวอย่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) เป็นสัตว์ฟันแทะ 2 ตัวอย่าง ได้แก่ แพรรีด็อก (Cynomys ludovicianus) และหนูแกสบี (Cavia porcellus) และไพรเมต 2 ตัวอย่าง ได้แก่ บุชเบบี (Otolemur crassicaudatus) เชื้อที่พบเป็นเชื้อ Gammaherpesvirus 1 ตัวอย่าง และเชื้อ Betaherpesvirus 3 ตัวอย่างไม่พบเชื้อชนิดอื่นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และไม่พบเชื้อใด ๆ ในสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตรวจพบไวรัสเฮอร์ปีส์เป็นสัตว์ที่เพิ่งนำเข้าสู่ประเทศไทยไม่เกิน 15 วัน จำนวน 3 ตัวอย่าง และสัตว์ที่อยู่ในตลาดค้าสัตว์มีชีวิต 1 ตัวอย่าง โดยสัตว์ทั้งหมดไม่แสดงอาการทางคลินิก สัตว์ที่พบเชื้อทั้งหมดเป็นสัตว์ที่มีลักษณะการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มระหว่างสัตว์ชนิดเดียวกัน และไม่มีสิ่งป้องกันการสัมผัสทางกายภาพกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมบริเวณสถานที่เลี้ยงการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสพบการติดเชื้อที่สำคัญในสัตว์ป่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์เป็นเชื้อไวรัสชนิดดีเอ็นเอและมีความจำเพาะต่อโฮสต์สูง แต่ก็พบว่ามีโอกาสติดเชื้อข้ามโฮสต์และก่อโรครุนแรงได้โดยเฉพาะเชื้อ Gammaherpesvirus และ Alphaherpesvirus เช่น เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์บีที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการสมองและไขสันหลังอักเสบและเสียชีวิตได้ เชื้อไวรัสในวงศ์นี้มักหลบซ่อนในระบบประสาทและอาจก่อโรคและแพร่เชื้อเมื่อภูมิคุ้มกันของโฮสต์อ่อนแอลง สัตว์ที่มีสภาวะร่างกายอ่อนแอในช่วงระหว่างการขนส่งและสัตว์ที่ได้รับการเลี้ยงดูในสภาพไม่เหมาะสมหรือมีความแออัดจึงมีโอกาสแพร่เชื้อต่อไปได้ การศึกษานี้ยังไม่สามารถระบุที่มาของการติดเชื้อได้ว่าสัตว์ติดเชื้อมาจากแหล่งต้นทาง ระหว่างการเดินทางหรือภายหลังเข้ามาสู่ประเทศไทย จึงควรมีแนวทางกักกัน ตรวจวินิจฉัย และเฝ้าระวังที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง แม้การศึกษานี้จะยังไม่พบเชื้อชนิดอื่นแต่การพบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์จากสัตว์ทั้งที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่และที่อยู่ในตลาดค้าสัตว์ที่มีการเลี้ยงปะปนกัน ก็มีโอกาสเกิดความเสี่ยงหากมีสัตว์ที่ติดเชื้ออยู่ในระยะฟักตัวปนเข้ามา จึงควรมีการพัฒนาปรับปรุงแนวทางในการลดความเสี่ยงจากการนำเข้าสัตว์ป่าจากต่างประเทศเพื่อให้หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ต่อไป และควรดำเนินมาตรการเฝ้าระวังโรคจากสัตว์ป่าต่างประเทศเพื่อสร้างฐานข้อมูลโรคจากสัตว์และสามารถแจ้งเตือนหากพบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที