กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จากกรณีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยพบว่าสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสที่แยกได้จากผู้ป่วยรายแรก มีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสโคโรนาในกลุ่มเบต้าโคโรนาไวรัสที่แยกได้จากค้างคาวในประเทศจีน ค้างคาวจึงอาจเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ๆ จึงได้มีการศึกษาวิจัยเพื่อสำรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา และเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวถ้ำ การศึกษานี้มีการเก็บตัวอย่างจากค้างคาว ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2563 ถึง ธันวาคม 2564 โดยเก็บตัวอย่างสวอปปากและสวอปจากช่องทวารหนัก ใส่ในหลอดเก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา และเชื้อไวรัสนิปาห์ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 504 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสนิปาห์ในทุกตัวอย่าง และตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา จำนวน 111 ตัวอย่าง จาก 504 ตัวอย่าง คิดเป็น 22.02 % แบ่งเป็น กลุ่ม Alphacoronavirus จำนวน 99 ตัวอย่าง และ กลุ่ม Betacoronavirus จำนวน 12 ตัวอย่าง โดยเป็นกลุ่มไวรัสที่มีรหัสพันธุกรรมคล้ายคลึงกับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (SARS-CoV-2) ที่มีรายงานพบในคนในประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2021 (Identity 91.35%) และค้างคาวมงกุฎเทาแดง จากประเทศจีน ในปี ค.ศ. 2013 (Identity 91.00 %) การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การสำรวจและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสที่สำคัญในค้างคาว ควรมีการดำเนินอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างฐานข้อมูล เกิดความรู้ความเข้าใจ และนำไปสู่การวางมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป็นงานวิจัยที่มีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีต่ำที่สุด โดยเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นเริ่มต้นก่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่งานวิจัยและพัฒนาเชิงประยุกต์ ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารการศึกษาองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของเทคโนโลยี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
การกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ