การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของกาแฟโดยใช้การรับรู้จากระยะไกลและภาพถ่ายหลายช่วงคลื่นจากอากาศยานไร้คนขับ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทยที่ทำรายได้ให้เกษตรกร โดยพันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่ในประเทศเป็นกาแฟโรบัสต้า (Coffea canephara) ซึ่งปลูกในภาคใต้ ในขณะที่เกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วนได้เริ่ม ปลูกกาแฟโรบัสต้ากันมากขึ้นในพื้นที่ที่จังหวัดเลย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอวังสะพุง เป็นชุดดินท่าลี่ (Tha li, Clayey-skeletal, mixed, semiactive, isohyperthermic Ultic Haplustalfs) ดินค่อนข้างด่าง และมีระดับความแปรปรวนของปริมาณธาตุอาหารพืชในดินค่อนข้างสูง เป็นผลให้กาแฟขาดธาตุอาหารและปริมาณคุณภาพผลผลิตไม่ดี ดังนั้นหากมีการจัดการธาตุอาหารพืช และโรคที่เหมาะสม รวดเร็วและแม่นยำ จะสามารถพัฒนาและป้องกันปัญหาสำหรับเกษตรกรได้สำหรับงานวิจัยนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการจัดการธาตุอาหารพืช แบบแม่นยำในกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ในชุดดินท่าลี่ อ.วังสะพุง จังหวัดเลย โดยอาศัยการสำรวจภาคสนามโดยบันทึกภาพถ่ายหลายช่วงคลื่นจากกล้องหลายช่วงคลื่นที่ติดกับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างใบกาแฟ ในพื้นที่ของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ศึกษามาวิเคราะห์ปริมาณคลอโรฟิลล์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ในห้องปฏิบัติการทางเคมี ภาพที่ได้จากกล้องถ่ายภาพหลายช่วงคลื่นได้แก่ ช่วงคลื่นสีแดง สีเขียว อินฟราเรดใกล้ และขอบสีแดง ได้ถูกนำมาคำนวณดัชนีเชิงคลื่นต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ดัชนี Normalized Difference Vegetation Index (NDVI) , Normalized Difference Green Index (NDGI), Normalized Difference Red Edge Index (NDRE), Infrared Percentage Vegetation Index (IPVI) และ Improved Modified Chlorophyll Absorption Ratio Index (MCARI) ซึ่งผลการศึกษาพบว่าระดับความสัมพันธ์ของค่าดัชนีเชิงคลื่นทุกตัวกับปริมาณคลอโรฟิลล์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โดยทั่วไป ระดับความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำมาก (R2 < 0.09) ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลของปริมาณคลอโรฟิลล์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม มีความแปรปรวนมาก ผู้วิจัยจึงได้แบ่งระดับของปริมาณคลอโรฟิลล์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ปริมาณสูง ปานกลางและต่ำ และศึกษาระดับความสัมพันธ์เชิงคลื่นของดัชนีที่พบว่ามีระดับความสัมพันธ์ที่สูงขึ้น (R2 = 10-40%) โดยพบระดับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณคลอโรฟิลล์ ไนโตรเจน กับดัชนี NDVI และ NDRE ในกลุ่มของปริมาณคลอโรฟิลล์มากที่สุด สำหรับระดับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กับดัชนี MCARI และ NDGI ในกลุ่มของระดับสูง และต่ำตามลำดับ อย่างไรก็ตามจากระดับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสมบัติทางเคมีของต้นกาแฟ สำหรับการศึกษานี้ยังต้องมีการศึกษาถึงปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระดับความสัมพันธ์ที่ยังคงต่ำนี้ต่อไปในอนาคต