Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การพัฒนาศักยภาพธุรกิจกาแฟพิเศษแบบครบวงจรในเขตภาคเหนือตอนบนเพื่อมุ่งสู่มาตรฐานส่งออกตามโมเดลทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด

วันเพ็ญ จิตรเจริญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

แผนวิจัย: การพัฒนาศักยภาพธุรกิจกาแฟพิเศษแบบครบวงจรในเขตภาคเหนือตอนบนเพื่อมุ่งสู่มาตรฐานส่งออกตามโมเดลทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดคณะวิจัย วันเพ็ญ จิตรเจริญ ธิติวัฒน์ ตาคำ กนกวรรณ เวชกามา ไพโรจน์ ไชยเมืองชื่น กีรติ วุฒิจารี สายนที ทรัพย์มี และคณะแหล่งทุน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา งบประมาณประจำปี 2563แผนวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจกาแฟพิเศษแบบครบวงจรในเขตภาคเหนือตอนบน เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานส่งออกตามโมเดลทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ภายใต้การขับเคลื่อนของโครงการวิจัยย่อยจำนวน 8 เรื่อง ดำเนินกิจกรรมวิจัยเชิงบูรณาการข้อมูลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการคัดเลือกและจัดการกลุ่มชุมชนไร่กาแฟ จัดเส้นทางการบริหารจัดการคุณภาพกาแฟทั้งด้านพัฒนากระบวนการแปรรูปให้เป็นไปตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ และพัฒนาด้านองค์ความรู้ ห่วงโซ่คุณค่าและบริหารตราสินค้า สร้างเส้นทางการท่องเที่ยว และวิเคราะห์ความคุ้มค่าตามหลักการทางสังคมศาสตร์ ทำการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมวิจัยในชุมชนไร่กาแฟต้นแบบพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ประกอบด้วย โครงการที่ 1) ศึกษาผลกระทบนวัตกรรมการหมักกาแฟด้วยเทคโนโลยีใหม่คือวิธีกึ่งคาร์บอนิกมาซีเรชันและวิธียีสต์ที่มีต่อ พบว่าสามารถปรับปรุงคุณภาพกาแฟอราบิก้าในพื้นที่ปลูกเหนือระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตร ให้มีคุณภาพระดับกาแฟพิเศษ โดยจัดตั้งสถานีตรวจสอบภูมิสารสนเทศด้วยสมองกลฝังตัวสำหรับจัดเก็บข้อมูลสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ปลูก และแสดงผลรายงานทางเว็บแอปพลิเคชัน ซึ่งเกษตรกรและสถานประกอบการสามารถนำผลการวิจัยทั้งระบบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการแปรรูปกาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพให้เป็นกาแฟพิเศษทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ นำไปสู่การพัฒนาเมล็ดกาแฟดิบภายใต้โครงการที่ 2) การพัฒนากรรมวิธีทำแห้งกาแฟ โดยใช้โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจก พื้นที่ 60 ตารางเมตร โรงตากมีอุณหภูมิไม่เกิน 50.6 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 80% และห้องทำแห้งระบบอุณหภูมิต่ำและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ พื้นที่ 12 ตารางเมตร ผนังทำด้วยแผ่นฉนวนสำเร็จรูปโพลีสไตล์รีน ร่วมกับระบบทำความเย็น และระบบดูดความชื้น มีอัตราการทำแห้ง 0.742 kg water/h อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ 19.4 องศาเซลเซียส และ 42.1% ตามลำดับ ใช้พลังงานไฟฟ้า 295 kW-h ค่าไฟฟ้า 53 บาทต่อวัน โดยการทำแห้งทั้ง 2 วิธี สามารถลดระยะเวลาทำแห้งได้ดีกว่าวิธีทำแห้งด้วยแสงแดด และเมล็ดกาแฟดิบยังคงมีลักษณะปรากฎที่ดี จากนั้นทำนำข้อมูลเข้าสู่การพัฒนาในโครงการที่ 3) การศึกษานวัตกรรมกรรมวิธีเก็บบ่มเมล็ดกาแฟดิบและควบคุมด้วยเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว โดยการหมักด้วยเทคนิคใหม่คือวิธีกึ่งคาร์บอนิกมาซีเรชันและวิธียีสต์ ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส สามารถรักษาคุณภาพทางเคมีกายภาพและชนิดกลิ่นของเมล็ดกาแฟดิบได้ดีกว่าที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดที่ทำให้เมล็ดกาแฟเสื่อมคุณภาพร่วมกับเครื่องวัดสีระบบ RGB แบบเคลื่อนที่ ซึ่งพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว โดยเปรียบเทียบกับค่าสีจากเครื่องวัดสีมาตรฐาน พบว่ามีความเข้ากันได้ของค่าสีจากเครื่องถ่ายภาพ และเครื่องวัดสีแบบเคลื่อนที่ร้อยละ 95.9 และ 88.6 ตามลำดับ สถานประกอบการสามารถนำระบบการเก็บรักษาไปใช้ในการทำนายอายุการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟดิบเชิงอุตสาหกรรมการพัฒนากระบวนการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีใหม่ได้ดำเนินการควบคู่กับงานทางสังคมศาสตร์ ในโครงการที่ 4) การพัฒนาออนโทโลยีความรู้ด้านกาแฟพิเศษ โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์บรรณมิติ วิเคราะห์เอกสารวิจัยด้านกาแฟพิเศษที่ตีพิมพ์ระหว่างค.ศ. 2001-2020 จำนวน 374 รายการ พัฒนาโดเมนออนโทโลยีความรู้กาแฟพิเศษ โดยวิธีวิทยาทางวิศวกรรมความรู้ โดยออนโทโลยีที่ได้มีความถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหากาแฟพิเศษ สามารถนำไปใช้เป็นระบบสนับสนุน ระบบตัดสินใจ ระบบให้คำแนะนำ ระบบสืบค้นความรู้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจกาแฟพิเศษ โดยนำฐานข้อมูลนี้เชื่อมโยงกับระบบของโครงการที่ 5) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กาแฟพิเศษ โดยใช้วิธีของวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ ศึกษาความต้องการระบบจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กาแฟพิเศษ ดำเนินการตามวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ แบ่งเป็นระบบการจัดการแหล่งผลิตกาแฟ ระบบรวบรวมและการแปรรูปผลผลิตกาแฟ ระบบการตรวจสอบคุณภาพกาแฟพิเศษ ระบบการจำหน่ายกาแฟพิเศษ และระบบการตรวจสอบข้อมูลและรายงาน มีค่าความพึงพอใจต่อการใช้ระบบในระดับดี และระบบสามารถตรวจสอบและติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์กาแฟพิเศษได้ครบทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตภัณฑ์กาแฟพิเศษ สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการเชื่อมโยงสู่โครงการที่ 6) การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าตราสินค้ากาแฟพิเศษในเขตภาคเหนือตอนบนฯ เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน และการพัฒนารูปแบบการบริหารตราสินค้าของกาแฟพิเศษของชุมชนต้นแบบอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณร่วมและเชิงคุณภาพ พบว่าห่วงโซ่อุปทานกาแฟพิเศษนำไปสู่ห่วงโซ่คุณค่ากาแฟพิเศษที่มีการเพิ่มมูลค่าให้แก่กาแฟพิเศษด้วยการบริหารตราสินค้ากาแฟพิเศษแบบมีส่วนร่วม จัดสร้างเป็นคู่มือการบริหารตราสินค้าด้วยรูปแบบกระบวนการจากระบบ B D S C P (Brainstorming, Designing, Sharing, Checking and Perception) โดยผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 นำไปสู่การพัฒนาระบบซื้อขายล่วงหน้ากาแฟพิเศษ ดำเนินการตามวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ แบ่งเป็นระบบการลงทะเบียนผู้ใช้งานและผลิตภัณฑ์ ระบบการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ และระบบการเสนอซื้อขายกาแฟพิเศษและรายงานผลการซื้อขาย โดยมีค่าความพึงพอใจต่อการใช้ระบบอยู่ในระดับดี ผลการดำเนินงานทำให้เกิดการรวมกลุ่มชุมชนต้นแบบสู่การดำเนินกิจกรรมในโครงการที่ 7) การจัดการท่องเที่ยวเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมกาแฟพิเศษของชุมชนผู้ปลูกกาแฟในตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปางสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ ทำการพัฒนาชุมชนต้นแบบบ้านแม่แจ๋มและบ้านป่าเหมี้ยง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงกาแฟพิเศษ พบว่าเป็นชุมชนที่มีศักยภาพทั้งทางด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่เหมาะสม นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน ร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงไร่กาแฟพิเศษ เช่น กรรมวิธีแปรรูปกาแฟพิเศษ โรงคั่ว ร้านกาแฟ ไร่เกษตรผสมผสาน ไร่เมี่ยง และโฮมสเตย์ โดยสามารถยกระดับให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่เชิงสร้างสรรค์ด้านกาแฟพิเศษของจังหวัดลำปาง ทำการประเมินผลการดำเนินงานโดยโครงการที่ 8 การวิเคราะห์ความคุ้มค่าการดำเนินงานโครงการวิจัย การเพิ่มมูลค่าการผลิตกาแฟชนิดพิเศษด้วยนวัตกรรมในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพื่อมุ่งสู่มาตรฐานการส่งออก พบว่าด้านทรัพยากรบุคคลและงบประมาณมีความสอดคล้องเหมาะสมกับการดำเนินการวิจัยมีประสิทธิผลร้อยละ 106 95.81 ผลการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนผลิตภัณฑ์กาแฟพิเศษ และจัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวกาแฟพิเศษในชุมชนต้นแบบพบว่ามีระยะเวลาคืนทุนภายใน 2 ปี 2 เดือน 23 วัน มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของผลตอบแทน (NPV) ตลอดอายุโครงการ 15 ปี อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน 2.87 122.51 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 43 483.2 ส่วนผลทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการฯ มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของผลประโยชน์ (NPV) 684,958,689.09 บาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C ratio) 26.81 และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 163.90 จึงมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาวผลการวิจัยเชิงบูรณาการศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งในเชิงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการแปรรูปกาแฟพิเศษทั้งกระบวนการหมัก การทำแห้ง และการเก็บรักษา ร่วมกับการพัฒนางานออนโทโลยี ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์และพัฒนารูปแบบการบริหารตราสินค้า และการท่องเที่ยวเชิงกาแฟพิเศษ ได้ดำเนินการเผยแพร่ผลการวิจัยในรูปแบบของการสร้างและเผยแพร่ในรูปสื่อภาพยนตร์สารคดีกาแฟพิเศษ (10 เรื่อง) มีบทความทางวิชาการตีพิมพ์จำนวน 26 เรื่อง สิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์จำนวน 4 เรื่อง กระบวนการใหม่จำนวน 9 20 ? กระบวนการ และต้นแบบผลิตภัณฑ์จำนวน 7 ต้นแบบ มีหน่วยงานที่นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์จำนวน 39 แห่ง เผยแพร่องค์ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟจำนวน 1,053 คน และสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ 28 คน ความสำเร็จของโครงการทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพธุรกิจกาแฟพิเศษแบบครบวงจร สามารถยกระดับคุณภาพของสินค้ากาแฟพิเศษที่ผลิตด้วยนวัตกรรม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้บริโภคกาแฟพิเศษที่มีคุณภาพสูงจากทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อันจะเป็นการพัฒนาสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ และเป็นต้นแบบสำหรับการแปรรูปกาแฟในแหล่งอื่นของประเทศไทย นำไปสู่วิถีชุมชนที่มีความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำองค์ความรู้พัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป คำสำคัญ: กาแฟพิเศษ, เมล็ดกาแฟดิบ, การหมัก, ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล, การทำแห้งแบบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ, โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจก, การเก็บรักษา, ออนโทโลยี, ตรวจสอบย้อนกลับ, ห่วงโซ่คุณค่าตราสินค้า, ตราสินค้า, การท่องเที่ยว, ความคุ้มค่า, สื่อภาพยนตร์

คำสำคัญ

OntologyTourism ManagementValue Chainห่วงโซ่คุณค่าออนโทโลยีการจัดการท่องเที่ยวAltitudeTraceabilityการตรวจสอบย้อนกลับโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์Green house solar dryerinvestment worthinessspecialty coffeeกาแฟพิเศษความคุ้มค่าการลงทุนcoffee agingการเก็บบ่มกาแฟความสูงเหนือระดับน้ำทะเล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษารูปแบบการพัฒนากระบวนการผลิตกาแฟคั่วบดมือ โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและเพิ่มช่องทางการตลาดของกาแฟคั่วบดมือบ้านไร่ใน หมู่ที่ 7 ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

ลำยอง ขนาบแก้ว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2559

ความเสี่ยงธุรกิจกาแฟสดศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร

อธิษฐ์ นิพิทชยานันต์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2561

โครงการวิจัยเครือข่ายคุณค่ากาแฟชุมพร

เชาวน์วัศ หอมชุ่ม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2553

การสำรวจการจัดการด้านการเงินของผู้ประกอบการ กาแฟอินทรีย์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

ชุดโครงการวิจัยและพัฒนากาแฟ

ปิยนุช นาคะ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

โซ่คุณค่าและโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟบนพื้นที่สูงของไทย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดในประเทศกลุ่มประชาคมอาเซียน

สุเทพ นิ่มสาย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2559

การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตกาแฟและคุณภาพของกาแฟ ชุมชนบ้านสันเจริญ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

ปิยะนุช สินันตา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2557

การพัฒนาปัจจัยการผลิตอินทรีย์ตามมาตรฐาน IFOAM เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟภาคเหนือ

ภัทธนาวรรณ์ ฉันท์รัตนโยธิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2565

การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยการใช้แผนผังสายธารแห่งคุณค่า : กรณีศึกษาธุรกิจกาแฟอินทรีย์ในประเทศไทย

ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การศึกษาศักยภาพการผลิตกาแฟไทย เพื่อรองรับการเปิดเสรีการค้า

สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2554