การคลุมดินด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการตัดต้นเพื่อเพิ่มผลผลิตในสวนกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่มีอายุ 10 ปี ขึ้นไป
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การคลุมดินด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการตัดต้นเพื่อเพิ่มผลผลิตในสวนกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่มีอายุ 10 ปี ขึ้นไป ดำเนินการทดลองในแปลงเกษตรกรหมู่ที่ 8 ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เริ่มดำเนินการเดือนตุลาคม 2555 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2557 โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ มี 6 ตำรับวิธีการ 4 ซ้ำ ได้แก่ ตำรับวิธีการที่ 1) ไม่มีการคลุมดิน 2) คลุมดินด้วยแกลบข้าว 3) คลุมดินด้วยขุยมะพร้าว 4) คลุมดินด้วยเปลือกเมล็ดกาแฟ 5) คลุมดินด้วยทะลายปาล์มน้ำมัน และ 6) คลุมดินด้วยใบหญ้าแฝก โดยทำการศึกษาสมบัติทางเคมีของดินและผลผลิตของกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป พบว่า สมบัติทางเคมีของดินหลังการทดลองในตำรับวิธีการที่มีการคลุมดินด้วยใบหญ้าแฝกจะมีผลทำให้ค่าปฏิกิริยาดิน (pH) และปริมาณอินทรียวัตถุจะมีค่าสูงสุดเท่ากับ 6.00 และ 3.98 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับดินก่อนการทดลองและตำรับวิธีการอื่น ในขณะที่ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์หลังการทดลองจะมีค่ามากสุดในตำรับวิธีการที่มีการคลุมดินด้วยเปลือกเมล็ดกาแฟเท่ากับ 28.21 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับดินก่อนการทดลองและตำรับวิธีการอื่น และปริมาณโพแทสเซียมที่สกัดได้หลังการทดลองจะมีค่ามากสุดในตำรับวิธีการที่มีการคลุมดินด้วยใบหญ้าแฝกเท่ากับ 56.70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับดินก่อนการทดลองและตำรับวิธีการอื่น ส่วนการผลผลิตน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้ง 100 เมล็ด ของตำรับวิธีการที่มีการคลุมดินด้วยใบหญ้าแฝกจะมีค่ามากที่สุดเท่ากับ 469 กิโลกรัมต่อไร่ และ 17.3 กรัม ตามลำดับ