สวนเมี่ยงและไร่กาแฟในพื้นที่ป่าต้นน้ำ แนวทางหนึ่งของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำกก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง สวนเมี่ยง และไร่กาแฟในพื้นที่ป่าต้นน้ำ แนวทางหนึ่งของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำกก มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษารวบรวม และรูปแบบการจัดการพื้นที่ สวนเมี่ยง และไร่กาแฟที่กระจายอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำกก รวมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำกับสวนเมี่ยง และไร่กาแฟ การวิจัยเลือกชุมชนที่มีการทำสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ 17 ชุมชน ในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่ลาวของพื้นที่ลุ่มน้ำกก อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ตัวอย่างของการวิจัย โดยการสัมภาษณ์ประสบการณ์คนชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ต้นน้ำถึงความเกี่ยวโยงของสวนเมี่ยง และสวนกาแฟต่อการจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชนในพื้นที่ต้นน้ำ แล้วทำการสำรวจสวนเมี่ยง และสวนกาแฟที่มีการปลูกในพื้นที่ตัวอย่าง และสำรวจพืชที่ปลูกร่วมในแปลงสวนเมี่ยง และสวนกาแฟตัวอย่างมีการใช้แบบสอบถามปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ ต่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่าง ยั่งยืนในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำกก ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) และการถดถอยแบบพหุ (multipleregression analysis) ผลการวิจัยพบว่า คนชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ต้นน้ำเห็นความสำคัญของสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ (1) ทำให้มีการอนุรักษ์รักษาป่าในพื้นที่ต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่ป่า แนวกันชนป้องกันไฟป่า (2) การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีแก่ดินและน้ำ การป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และป้องกันดินถล่มในพื้นที่สูง (3) เป็นพื้นที่สะสมดูดซับน้ำตามธรรมชาติ สร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ (4) เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชุมชนร่วมกันจัดทำกฎระเบียบ เพื่อการดูแล รักษา แบ่งปันใช้ประโยชน์จากป่าต้นน้ำ (5) สร้างความเชื่อมโยงของการนำภูมิปัญญา ประเพณีของท้องถิ่นมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน โดยพื้นที่ต้นน้ำตัวอย่าง พบสวนเมี่ยง และสวนกาแฟกระจายรอบชุมชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาตามแนวลำห้วยหรือทางน้ำไหลผ่าน มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดเป็นลำดับชั้นภายในสวนในลักษณะ เป็นสวนป่า หรือ วนเกษตร สร้างร่มเงาให้พื้นที่ และผลประโยชน์แก่เกษตรกรในหลายด้าน ส่วนผลการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ ต่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำกก พบว่าเกษตรกรที่ประกอบอาชีพท้าสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ ให้ความเห็นลำดับสำคัญที่สุดในด้านต่าง ๆ ดังนี้ (1) อาชีพการทำสวนเมี่ยง และกาแฟ เป็นอาชีพที่มีผลต่อพื้นที่ป่าไม้รอบชุมชน (2) เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มีผลต่อการอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าไม้ของชุมชน (3) กฎ ระเบียบ ข้อปฏิบัติมีผลต่อพื้นที่ป่ารอบชุมชน (4) สวนเมี่ยง และสวนกาแฟ ทำให้ครอบครัวมีรายได้มั่นคง (5) สวนเมี่ยง และสวนกาแฟในพื้นที่ป่าต้นน้ำทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างมีความสุข โดยกลุ่มปัจจัยด้านความสัมพันธ์ของสวนเมี่ยง และสวนกาแฟของ ชุมชนกับป่าต้นน้ำ และการมีกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติในการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ เป็นปัจจัยที่มีต่อความสุขของเกษตรกรสวนเมี่ยง และสวนกาแฟในพื้นที่ต้นน้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติการวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะวิธีการทำให้สวนเมี่ยง และสวนกาแฟดำรงอยู่ในพื้นที่ เพื่อผลประโยชน์ต่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำกก โดยมีแนวทางด้าเนินการ ดังนี้ (1) การสร้างยุทธศาสตร์ และนโยบายที่สนับสนุนการทำสวนเมี่ยง และสวนกาแฟในพื้นที่ต้นน้ำ (2) สร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรสวนเมี่ยง และสวนกาแฟรักษาไว้ในอาชีพดั้งเดิม (3) ส่งเสริมการสร้างกลุ่ม และเครือข่ายเกษตรกรสวนเมี่ยง และสวนกาแฟ (4) พัฒนาผลิตภัณฑ์เมี่ยง และกาแฟให้มีรูปแบบที่หลากหลาย (5) การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรทำสวนเมี่ยง และกาแฟ