การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ศาสตร์ของพระราชาด้านทรัพยากรป่าไม้ต่อสมดุลทางนิเวศวิทยาโดยใช้สมดุลคาร์บอนเป็นตัวบ่งชี้ กรณีศึกษา : ระบบวนเกษตรกาแฟร่วมกับป่าไม้ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามแนวพระราชดำริภูพยัคฆ์ อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรในประเทศที่กำลังพัฒนา ทำให้การทำลายป่าเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดผลร้ายต่อความเป็นอยู่ของทั้งมนุษย์ พืชและสัตว์ การลดลงอย่างรวดเร็วของป่าทางภาคเหนือของประเทศไทยเกิดขึ้นเนื่องจากการทำไม้และการถางป่าเพื่อทำการเกษตรโดยมีการทำลายต่อเนื่องและยาวนานทำให้ช่วงที่ผ่านมามีการใช้ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สมประโยชน์ ทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงในอัตราสูงอย่างต่อเนื่องระบบวนเกษตรเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ไปพร้อมกับการทำการเกษตรซึ่งการวิจัยการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ศาสตร์ของพระราชาด้านทรัพยากรป่าไม้ต่อสมดุลทางนิเวศวิทยาโดยใช้สมดุลคาร์บอนเป็นตัวบ่งชี้ กรณีศึกษา : ระบบวนเกษตรกาแฟร่วมกับป่าไม้ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามแนวพระราชดำริภูพยัคฆ์ อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่านมีเป้าหมายในการศึกษาแนวคิดการฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริโดยระบบวนเกษตรที่มีกาแฟร่วมกับป่าไม้เพื่อน้อมนำแนวคิดการฟื้นฟูป่าแนวแนวพระราชดำริโดยระบบวนเกษตรที่กาแฟร่วมกับป่าไม้เผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์โดยใช้ตัวบ่งชี้คือศักยภาพการสะสมคาร์บอนโดยการศึกษา ได้แบ่งพื้นที่ศึกษาออกเป็น3 ส่วนได้แก่ พื้นที่กาแฟผสมสนสามใบ พื้นที่กาแฟผสมหม่อน และ พื้นที่กาแฟเชิงเดี่ยวผลการศึกษาพบว่าพื้นที่กาแฟผสมสนซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับการฟื้นฟูสภาพป่าและบำรุงส่งเสริมตามแนวพระราชดำริมีศักยภาพการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินสูงสุด 293.33 ตันต่อไร่ มีสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพใต้พื้นดิน 66.53 ตันคาร์บอนต่อไร่ รองลงมาคือ พื้นที่กาแฟผสมหม่อนมีการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินสูงสุด 6.51 ตันคาร์บอนต่อไร่ มีการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพใต้พื้นดิน 1.80 ตันคาร์บอนต่อไร่ และกาแฟเชิงเดี่ยว มีการสะสมคาร์บอนน้อยที่สุดในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินสูงสุด 0.51 ตันคาร์บอนต่อไร่ มีการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพใต้พื้นดิน 0.24 ตันคาร์บอนต่อไร่ ศักยภาพการการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดพื้นที่ กาแฟผสมสน มีศักยภาพการการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด 360.57 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ รองลงมาคือ กาแฟผสมหม่อนมีศักยภาพการการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 0.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ และกาแฟเชิงเดี่ยว 0.03 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่การนำแนวคิดการฟื้นฟูป่าแนวแนวพระราชดำริโดยระบบวนเกษตรที่มีกาแฟร่วมกับป่าไม้จะประสบความสําเร็จได้ต้องตัวบ่งชี้ 3 ด้านคือ ด้านทรัพยากรธรรมชาติเกิดการหนุนเสริมกลไกการจัดการระบบวนเกษตรของชุมชน ซึ่งแต่เดิมใช้กลไกทางวัฒนธรรมซึ่งไม่พอเพียงต่อการดูแลรักษาป่าทําให้สามารถหยุดยั้งการบุกรุกทําลายป่าเพื่อทำการเกษตร ด้านสังคม ชุมชนมีส่วนร่วม มีความตระหนัก และมีจิตสํานึกในการดูแลรักษาป่าเพิ่มมาก4ขึ้น ไปพร้อมกับคู่ขนานทางเศรษฐกิจถือเป็นหัวใจของระบบวนเกษตรด้านเศรษฐกิจ พบว่าผลผลิตเสริมจากป่าเพิ่มมากขึ้น สามารถเก็บหาได้ง่ายขึ้นเป็นแหล่งอาหารในขณะที่ผลผลิตหลักยังคงมีอย่างต่อเนื่องคำสำคัญ: ศาสตร์พระราชา, ทรัพยากรป่าไม้, สมดุลคาร์บอน, ระบบวนเกษตร, สมดุลทางนิเวศวิทยา