Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

ศักยภาพของการจัดการระบบนิเวศป่าไม้แบบวนเกษตรหลากหลายรูปแบบต่อวัฏจักรชีวเคมีธรณีเพื่อระบุถึงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนของประเทศไทย

ชาติทนง โพธิ์ดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปัจจุบันกระบวนการทางด้านเกษตรมีบทบาทที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกกระบวนการทางด้านเกษตรกรรมมีกลไกที่ซับซ้อนและสามารถเป็นได้ทั้งแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นการปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกจากนาข้าวและพื้นที่ปศุสัตว์และเป็นแหล่งสะสมคาร์บอนที่มีอยู่ในพืชและดินและในดินผ่านกิจกรรมการเกษตรต่างๆ เช่น การปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ การปรับปรุงดินโดยใช้วัสดุอินทรีย์หรือวัสดุที่มีคาร์บอนสูงโดยเฉพาะการส่งเสริมระบบวนเกษตรถือว่าเป็นกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถในการสะสมคาร์บอน วัตถุประสงค์การศึกษาศักยภาพของการจัดการระบบนิเวศป่าไม้แบบวนเกษตรหลากหลายรูปแบบต่อวัฏจักรชีวเคมีธรณีเพื่อระบุถึงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนของประเทศไทยเพื่อนำไปสู่เพื่อระบุถึงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนในระบบวนเกษตรของประเทศไทยซึ่งมีระบบวนเกษตรที่หลากหลายรูปแบบโดยการคัดเลือกพื้นที่ 6 พื้นที่จากข้อมูลการศึกษา FAO Regional Office for Asia and the Pacific, 1995 ระบุว่าพื้นที่ทั้ง 6 พื้นที่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรโดยระบบวนเกษตรมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดพัทลุง เพื่อวางแปลงตัวอย่างขนาด 40 x 40 เมตรพื้นที่ละ 4 แปลงเพื่อศึกษาศักยภาพของระบบวนเกษตรต่อวัฏจักรชีวเคมีธรณีและการการกักเก็บคาร์บอน ผลการศึกษาพบว่าระบบวนเกษตร 6 พื้นที่มีศักยภาพการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพอยู่ที่ 107.44 ถึง 954.29 กิโลกรัมคาร์บอนต่อไร่ ซึ่งในการระบุเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนจากข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินในประเทศไทยปี 2559 พบว่าพื้นที่ทำการเกษตรผสมผสานซึ่งความหมายโดยนัยคือระบบวนเกษตรมีพื้นที่ 61,491 ไร่ทำให้สามารถระบุศักยภาพการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพได้เท่ากับ 6,606,593.04 - 58,680,246.39 กิโลกรัมคาร์บอนต่อไร่ หรือ 6,606.59 - 58,680.25 ตันคาร์บอนต่อไร่ ระบบวนเกษตรจากการศึกษามีการสะสมคาร์บอนในดินเท่ากับ 158 – 551.10 กิโลกรัมคาร์บอนต่อไร่และเมื่อคำนวณกับพื้นที่ระบบวนเกษตรแล้วพบว่ามีการสะสมคาร์บอนในดินเท่ากับ 9,715.58 – 33,887.69 ตันคาร์บอน และศักยภาพการดูดซับคาร์บอนของระบบวนเกษตรในประเทศไทยเท่ากับ 14,053.77 - 215,179.76 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปริมาณคาร์บอนที่สะสมในระบบวนเกษตรจะขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดการแปลงวนเกษตรที่แตกต่างกันออกไปเช่น การเลือกชนิดและพันธุ์ การหมุนเวียน การให้ปุ๋ย การจัดการศัตรูพืชและโรค การควบคุมวัชพืช ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เครื่องจักรและการไถพรวน เป็นต้นการสะสมคาร์บอนในระบบวนเกษตรสามารถนำไปเชื่อมโยงกับนโยบายในการขับเคลื่อนการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทยที่ให้สัตยาบันสารเข้าเป็นภาคีความตกลงปารีสไว้ว่า ส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับประชาคมโลก (National Determined Contribution – NDC) โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 20–25 ภายในปี พ.ศ. 2573 ตามร่างแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564–2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on Mitigation 2021–2030 หรือ NDC Roadmap on Mitigation 2021–2030)

คำสำคัญ

Managementการจัดการcarbon storageระบบวนเกษตรAgroforestry systemforest ecosystemระบบนิเวศป่าไม้Biogeochemical Cycleวัฏจักรชีวเคมีธรณีแหล่งกักเก็บคาร์บอน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนากลไกการตอบแทนคุณสิ่งแวดล้อมสำหรับการทำไร่หมุนเวียนแบบไม่เผาในภาคเหนือของประเทศไทย

ผศ.ดร. ประสิทธิ์ วังภคพัฒนวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ศาสตร์ของพระราชาด้านทรัพยากรป่าไม้ต่อสมดุลทางนิเวศวิทยาโดยใช้สมดุลคาร์บอนเป็นตัวบ่งชี้ กรณีศึกษา : ระบบวนเกษตรกาแฟร่วมกับป่าไม้ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามแนวพระราชดำริภูพยัคฆ์ อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

ชาติทนง โพธิ์ดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2563

การเก็บกักคาร์บอนบอนอินทรีย์เปรียบเทียบในดินทางการเกษตรของประเทศไทย

อัญชลี สุทธิประการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูคุณภาพดินที่ปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรด้วยถ่านชีวภาพ

จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาวะเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย

ปนันดา จันทร์สุกรี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2561

ผลการเพิ่มของคาร์บอนไดออกไซด์และสภาวะเครียดแล้งที่มีต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตของข้าว

ฤทัยรัตน์ โพธิ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2559

พลวัตรของคาร์บอนในดินภายใต้ระบบการจัดการดินแบบต่างๆ ของข้าวโพดในประเทศไทย

สถาพร ใจอารีย์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555

การปลดปล่อยคาร์บอนและแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตปศุสัตว์ในประเทศไทย กรณีศึกษาจังหวัดชลบุรี ปราจีนบุรี และ นครราชสีมา

ณัฐวุฒิ ธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อใช้ในครัวเรือนและการแก้ปัญหาการผลิตพืชในพื้นที่ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เสาวคนธ์ เหมวงษ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าวเพื่อการใช้ประโยชน์ในชุมชนเกษตรกรรายย่อย

ดุสิต อธินุวัฒน์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564