การใช้ลักษณะเชิงหน้าที่ของพรรณพืชเพื่อประเมินการกักเก็บคาร์บอนในสวนป่าขุนแม่คำมี จังหวัดแพร่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศป่าไม้มีความสาคัญต่อการวางแผนการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนาลักษณะเชิงหน้าที่ของพรรณพืชมาใช้ในการประเมิณการเก็บกักคารบอนของระบบนิเวศป่าไม้อย่างกว้างขวาง ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างสังคมพืช และการประเมิณการกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศป่าไม้โดยใช้ลักษณะเชิงหน้าที่ของพรรณพืช ในพื้นที่สวนป่าขุนแม่คามี จังหวัดแพร่ โดยการวางแปลงตัวอย่างขนาด 20 เมตร x 20 เมตร ในพื้นที่แปลงปลูกไม้สักอายุ 10, 20, 30, 40 ปี และเบญจพรรณธรรมชาติ จานวนทั้งสิ้น 50 แปลงตัวอย่าง พร้อมกับเก็บข้อมูลองค์ประกอบของพรรณพืช ปัจจัยสิ่งแวดล้อม และลักษณะเชิงหน้าที่ของพรรณพืช เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหาความสัมพันธ์ระหว่างหมู่ไม้กับความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน ผลการศึกษา พบว่า จานวนชนิด สกุล และวงศ์ของแปลงปลูกสักอายุ 30 ปี มีมากที่สุด เท่ากับ 47 ชนิด 38 สกุล 21 วงศ์ ค่าความหลากหลายของพรรณไม้ตามดัชนีของ Shannon-Weiner พบว่าสังคมพืชที่มีมากที่สุด ได้แก่ แปลงปลูกสักอายุ 30 ปี มีค่าเท่ากับ 2.75 รองลงมาได้แก่ ป่าเบญจพรรณธรรมชาติ เท่ากับ 2.72 ค่าความเด่นของการปรากฏชนิดไม้ด้วยสมการดัชนีความหลากหลายของ Simpson พบว่าสังคมพืชที่มีมากที่สุด ได้แก่ แปลงปลูกสักอายุ 20 ปี มีค่าเท่ากับ 0.42 ส่วนสังคมพืชที่มีค่าความสม่าเสมอของชนิดพรรณมากที่สุด ได้แก่ ป่าเบญจพรรณธรรมชาติ มีค่าเท่ากับ 0.74 การกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่แปลงปลูกอายุ 40 ปี มีการเก็บกักคาร์บอนมากที่สุดรองลงมา ได้แก่ แปลงปลูกสักอายุ 20 ปี 30 ปี 10 ปี และป่าเบญจพรรณตามธรรมชาติ ซึ่งการกักเก็บคาร์บอนโดยรวมของระบบนิเวศสวนป่าแปรผันไปตามการสะสมคาร์บอนในไม้กระยาเลยและการสะสมคาร์บอนในดิน ส่วนชนิดไม้ที่ปรากฏในพื้นที่ศึกษาสามารถแบ่งตามการปรากฏของลักษณะเชิงหน้าที่ได้ 3 กลุ่ม คือ 1) ชนิดไม้ที่มีค่าความแน่นของเนื้อไม้ และมีค่าสัดส่วนมวลใบแห้งสูง 2) ชนิดไม้ที่มีค่าขนาด และ 3) ชนิดที่มีลักษณะใบขนาดใหญ่และหนา และเมื่อพิจารณาการใช้ลักษณะเชิงหน้าที่ที่ใช้สาหรับประเมิณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่สวนป่าแม่คามีพบว่าค่าความเด่นของลักษณะเชิงหน้าที่ หรือ ค่าถ่วงน้าหนักจาเพาะระดับสังคมของลักษณะเชิงหน้าที่ สามารถใช้ในการประเมิณคาร์บอนได้ดีกว่าค่าความหลากหลายของลักษณะเชิงหน้าที่ โดยลักษณะเชิงหน้าที่ที่ส่งผลต่อการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่สวนป่าขุนแม่คามีคือ หมู่ไม้ที่ประกอบไปด้วยชนิดที่มีลักษณะใบบาง มีขนาดใหญ่ มีสัดส่วนมวลใบแห้งต่า และมีขนาดพื้นที่ใบจาเพาะสูง และเป็นชนิดที่มีความหนาแน่นของเนื้อไม้สูงซึ่งเป็นกลุ่มพืชที่เป็นไม้เด่นในพื้นที่ศึกษา จากผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่าการใช้ลักษณะเชิงหน้าที่ในการประเมิณการเก็บกักคาร์บอนของหมู่ไม้สามารถอธิบายถึงการทางานของหมู่ไม้ในระบบนิเวศได้ ทาให้เข้าใจลักษณะการทางานเชิงนิเวศบริการมากยิ่งขึ้น คาสาคัญ: ลักษณะเชิงหน้าที่ของพรรณพืช, การกักเก็บคาร์บอน, ระบบนิเวศป่าไม้, สวนป่าขุนแม่คามี