ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างป่าสนในแต่ละช่วงอายุปีกับสมบัติทางอุทกวิทยาดินบางประการ จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำด้วยสนสามใบย่อมมีโครงสร้างของสังคมพืชที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งส่งผลต่อสมบัติดินทางอุทกวิทยาบางประการที่ต่างกัน จึงทำการเก็บข้อมูลโครงสร้างสังคมพืชด้วยการวางแปลงขนาด 20x50 เมตร ทำการเก็บตัวอย่างดินแบบรบกวนโครงสร้าง เพื่อวิเคราะห์เนื้อดิน ปริมาณอินทรียวัตถุ ความเป็นกรด-ด่าง ธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองในดิน เก็บตัวอย่างดินแบบไม่รบกวนโครงสร้างด้วยกระบอกเก็บดิน เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นรวมของดิน ความชื้นในดิน และความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน สำหรับสมรรถนะการซึมน้ำผ่านผิวดินเก็บข้อมูลด้วย single ring infiltrometer ในภาคสนาม และทำการเก็บข้อมูลการสูญเสียดินและน้ำด้วยแปลงถาวรขนาด 4x20 เมตร เพื่อตรวจวัดปริมาณน้ำไหลบ่าหน้าดิน และปริมาณตะกอนดิน และทำวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างป่าสนสามใบและสมบัติดินทางอุทกวิทยาด้วยสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในแต่ละช่วงอายุที่ต่างกัน ได้แก่ 35-40 ปี, 40-45 ปี, 45-50 ปี, >50 ปี และป่าดิบเขา รวมถึงวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสมบัติดินทางอุทกวิทยา 5 และ 10 ปี ในอนาคต ผลการศึกษาพบว่า ความหนาแน่นรวมของดินบนมีค่าน้อยกว่าดินล่างในทุกแปลง ซึ่งแปลงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีค่าใกล้เคียงป่าดิบเขามากที่สุด ความชื้นของดินจะมีค่าเพิ่มขึ้นในช่วงน้ำหลาก เนื่องจากอิทธิพลของปริมาณน้ำฝนโดยเฉพาะดินบน ซึ่งมีค่าความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ทั้งในช่วงน้ำหลากและน้ำแล้ง ความสามารถในการอุ้มน้ำของดินบนมีค่ามากกว่าดินล่าง และมีค่าใกล้เคียงกันทั้งในช่วงน้ำหลากและน้ำแล้ง สำหรับอัตราการซึมน้ำผ่านผิวดินคงที่ (fc) พบว่าแปลงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีค่าใกล้เคียงป่าดิบเขามากที่สุด การสูญเสียดินและน้ำของแปลงปลูกป่าสนสามใบแต่ละช่วงอายุ พบว่า มีปริมาณน้ำไหลบ่าที่ใกล้เคียงกัน จากสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกันทั้งไม้เด่นที่มีสรีระของพืช ความหนาของเศษซากพืช แม้ว่าความหนาแน่นของชนิดพันธุ์และการกระจายของเรือนยอดที่ต่างกันก็ตาม สำหรับตะกอนดินพบว่าแปลงที่มีอายุ 45-50 ปี มีปริมาณใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติมากที่สุด โดยช่วงอายุของแปลงปลูกป่าสนมีความสัมพันธ์กับค่าความหนาแน่นรวมของดิน ร้อยละความชื้นในดิน ร้อยละความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ปริมาณน้ำไหลบ่าหน้าดิน และปริมาณตะกอนดิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 จึงสามารถนำมาคาดการณ์แนวโน้มของปัจจัยดังกล่าวได้ โดยค่าความหนาแน่นรวมของดิน ปริมาณน้ำไหลบ่าหน้าดิน และตะกอนดินจะมีค่าลดลง ในขณะที่ร้อยละความความชื้นของดิน และร้อยละความสามารถในการอุ้มน้ำของดินมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น สำหรับความสัมพันธ์ของปัจจัยลักษณะโครงสร้างสังคมพืชกับสมบัติดินทางอุทกวิทยา พบว่า ปัจจัยความหนาแน่นของไม้ต้น ไม้หนุ่ม และกล้าไม้ พื้นที่หน้าตัดของไม้ต้น ไม้หนุ่ม มักมีความสัมพันธ์กับค่าความหนาแน่นรวมของดิน ร้อยละความชื้นในดิน ร้อยละความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ปริมาณน้ำไหลบ่าหน้าดิน และปริมาณตะกอนดิน อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 จึงไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้คาดการณ์แนวโน้มของสมบัติทางอุทกวิทยาได้ เนื่องจากจำนวนตัวอย่างไม่เพียงพอ