การใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลงในการผลิตข้าวในกลุ่มชุดดินที่ 5
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลงในการผลิตข้าวในกลุ่มชุดดินที่ 5 ทำการทดลอง บ้านร้องแหย่ง ตำบลหนองแก๋ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือน กันยายน 2558 โดยมีทั้งหมด 5 ตำรับการทดลอง คือ 1) แปลงควบคุมหรือวิธีเกษตรกร 2) ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร 3) ปุ๋ยหมัก (ซุปเปอร์ พด.1) ร่วมกับครึ่งหนึ่งของปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง 4) ปุ๋ยหมัก (ซุปเปอร์ พด.1) ร่วมกับปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง และ 5) ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ร่วมกับครึ่งหนึ่งของปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการดินด้วยโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลงในการผลิตข้าว ในกลุ่มชุดดินที่ 5 และ ศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น การศึกษาด้านการเจริญเติบโตของข้าว ได้แก่ การวัดความสูงข้าว และจำนวนหน่อต่อกอของข้าวในพื้นที่ 2 ? 4 ตารางเมตร และองค์ประกอบของผลผลิต ได้แก่ น้ำหนักแห้งของข้าว (กรัม) เปอร์เซ็นต์เมล็ดดี เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ และ น้ำหนักข้าว 1000 เมล็ด ข้อมูลผลผลิตข้าว และ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่เริ่มทำการทดลอง พบว่าในทุกตำรับการทดลอง ในปี 2556 มีความสูงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่แตกต่างกันในปี 2557 และ ปี 2558 สำหรับจำนวนหน่อต่อกอ ไม่ว่าจะเป็นที่ระยะแตกกอสูงสุดหรือระยะเก็บเกี่ยวพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับข้อมูลทางด้านผลผลิต พบว่าตำรับการทดลองที่ 1 และ 3 ให้ค่าเฉลี่ยผลผลิตข้าวใกล้เคียงกันสูงที่สุด เป็น 469.41 และ 469.40 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่ตำรับการทดลองที่ 2 ให้ค่าต่ำที่สุด ได้แก่ 437.98 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่าตำรับการทดลองที่ 5 เป็นตำรับการทดลองที่ดีที่สุด มีผลตอบแทนเหนือค่าใช้จ่ายผันแปรเฉลี่ยสูงที่สุด เนื่องจากเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรสามารถเลือกวัตถุดิบเองได้ ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีครึ่งหนึ่งของปุ๋ยเคมีรายแปลง นอกจากจะทำให้เป็นผลดีต่อการฟื้นฟูดินในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการดินและปุ๋ย และยังทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยใช้สำหรับบริโภคและจำหน่ายได้ด้วย