กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูงในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการ ณ บ้านเมืองแปง ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2553-2555 ซึ่งพื้นที่สร้างแปลงทดสอบมีความลาดชัน 25 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 48 ประกอบด้วย 5 วิธีการทดลองดังนี้ วิธีการที่ 1 ไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ วิธีการที่ 2 ขั้นบันไดดินขนาดเล็ก วิธีการที่ 3 แถบหญ้าแฝก วิธีการที่ 4 คูรับน้ำขอบเขา และวิธีการที่ 5 คูรับน้ำขอบเขาและแนวหญ้าแฝกบนคันคู ผลการทดลอง พบว่า การสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยวิธีการสร้างขั้นบันไดดินขนาดเล็ก คูรับน้ำขอบเขา คูรับน้ำขอบเขาและปลูกหญ้าแฝกบนคันคู ไม่สามารถช่วยลดการสูญเสียดินได้ในปีแรก แต่ในปีที่ 2 สามารถลดการสูญเสียดินได้ 18 56 และ 67 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ แต่แถบหญ้าแฝกสามารถลดการสูญเสียดินได้ 80 และ 71เปอร์เซ็นต์ ในปีแรกและปีที่ 2 ตามลำดับ ในด้านปริมาณการกักเก็บน้ำของดินยังมีความผันผวน ในปีแรก ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้น้อยกว่าไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่วนในปีที่ 2 วิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยคูรับน้ำขอบเขา และคูรับน้ำขอบเขาและปลูกหญ้าแฝกบนคัน มีการกักเก็บน้ำได้มากกว่าไม่มีระบบอนุรักษ์ 4 และ 8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนแถบหญ้าแฝกมีการเก็บกักน้ำได้เท่ากับไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ แต่ขั้นบันไดดินขนาดเล็กมีการเก็บกักน้ำได้น้อยกว่าไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ 11 เปอร์เซ็นต์ ในด้านสมบัติทางเคมีดิน การสร้างขั้นบันไดดินขนาดเล็กทำให้ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณโพแทสเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ในดินลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณอินทรียวัตถุในปีที่ 1 ซึ่งมีการก่อสร้างระบบ ส่วนวิธีการไม่มีระบบอนุรักษ์ แถบหญ้าแฝก คูรับน้ำขอบเขา และคูรับน้ำขอบเขาและมีแนวหญ้าแฝกบนคันคู มีสมบัติทางเคมีดินดังกล่าว แตกต่างกันไม่มากนัก ในด้านผลผลิตในพื้นที่ การสร้างขั้นบันไดดินขนาดเล็กทำให้ผลผลิตถั่วเหลืองลดลง 28 และ 7 เปอร์เซ็นต์ ในปีที่ 1และ 2 ตามลำดับส่วนแถบหญ้าแฝก คูรับน้ำขอบเขา คูรับน้ำขอบเขาและแนวหญ้าแฝกบนคัน ทำให้ผลผลิตถั่วเหลืองในปีแรกลดลง 4 8 และ 6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนในปีที่ 2 วิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำทั้ง 3 วิธี มีผลผลิตถั่วเหลืองใกล้เคียงกับไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ