การประเมินศักยภาพของระบบนิเวศป่าธรรมชาติและฟื้นฟูสำหรับการสะสมคาร์บอนและลดผลกระทบภาวะโลกร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการสะสมคาร์บอนเหนือดินและใต้ดินในแปลงฟื้นฟูป่าด้วยวิธีพรรณไม้โครงสร้างของหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่าและป่าธรรมชาติ หมู่บ้านแม่สาใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเลือก 3 แปลงที่มีอายุแตกต่างกัน คือ 13, 9 และ4 ปี ป่าธรรมชาติและแปลงควบคุมที่ไม่ได้รับการฟื้นฟู การศึกษาการสะสมคาร์บอนกำลังอยู่ในระหว่างการวัดหาปริมาณจากส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ จากตัวอย่างพันธุ์ไม้ทั้ง 12 ชนิดในแปลงฟื้นฟูป่า ส่วนการสะสมคาร์บอนใต้ดิน ศึกษาจากพลวัตของเศษซากพืชโดยการใช้ตาข่ายรองรับขนาด 1 X 1 ตารางเมตร ในช่วงปีแรกของการเก็บตัวอย่าง (ระหว่างเดือน มิ.ย. 2552 – พ.ค. 2553) ป่าธรรมชาติ แปลงที่มีอายุ 13, 9 ปี แปลงที่ไม่ได้รับการฟื้นฟูและแปลงอายุ 4 ปีมีปริมาณเศษซากพืชรวมต่อปี เท่ากับ 7.01, 5.13, 4.85, 2.52 และ 0.71 ตัน/เฮกตาร์/ปีตามลำดับ ส่วนในปีที่สอง เท่ากับ 7.06, 5.09, 2.27 และ 0.33 ตัน/เฮกตาร์/ปี เมื่อคำนวนปริมาณคาร์บอนในเศษซากพืช อยู่ในช่วงระหว่าง 0.18 -2.58 ตันคาร์บอน/ เฮกตาร์ นอกจากนั้นพบว่าใบเป็นส่วนที่มีมากที่สุด รองลงมา คือ กิ่งก้าน ดอกผล และส่วนอื่น ๆ ส่วนในปีที่สองเริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2553 – ก.พ. 2554 พบว่า ทั้งสองปีมีแบบแผนของการสะสมเศษพืชคล้ายคลึงโดยมีปริมาณเศษซากพืชสูงสุดในช่วงฤดูแล้ง (เดือน พ.ย. ถึง มี.ค.) ส่วนการศึกษาอัตราการย่อยสลายเศษซากใบของทองหลางป่า (Erythrina subumbrans), ก่อแป้น (Castanopsis diversifolia) และมะเดื่อน้อย (Ficus subincisa) โดยวิธี litter bag พบว่า มะเดื่อน้อยมีอัตราการย่อยสลายสูงสุด ใน 2 สัปดาห์แรกทุกพื้นที่ตามด้วยทองหลางป่าและก่อแป้น นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาปริมาณอินทรีคาร์บอนในดิน ที่ระดับความลึก 0-200 เซนติเมตรซึ่งพบว่า แปลงอายุ 9 ปี แปลงอายุ 13 ปี ป่าธรรมชาติ แปลงควบคุมและแปลงอายุ 4 ปี มีปริมาณคาร์บอนที่สะสมในดินเท่ากับ 262.215, 231.693, 198.264, 186.510 และ 175.910 ตันคาร์บอน/เฮกตาร์ตามลำดับ