การพัฒนาสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพเพื่อประเมินการกักเก็บคาร์บอนของสวนป่าสัก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สัมประสิทธิ์มวลชีวภาพเป็นค่าสัมประสิทธิ์สำหรับการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในป่า โดยการเปลี่ยนค่าปริมาตรเป็นมวลชีวภาพ เหมาะสำหรับการประเมินค่ามวลชีวภาพของพรรณไม้ที่มีข้อมูลปริมาตรไม้ที่ใช้เป็นสินค้า การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหาสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพของไม้สัก ซึ่งเป็นพรรณไม้เศรษฐกิจของไทย เพื่อใช้ในการประเมินมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนของไม้สักรายต้น และหมู่ไม้สักในสวนป่า เพื่อประเมินศักยภาพในการเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในสวนป่าสักให้มีความถูกต้องมากขึ้น โดยดำเนินการในสวนป่าสักขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่มีการทำไม้ออกจากสวนป่าจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ สวนป่าแม่หอพระ จังหวัดเชียงใหม่ สวนป่าแม่ลี้ จังหวัดลำพูน สวนป่าทุ่งเกวียน จังหวัดลำปาง สวนป่าขุนแม่คำมี จังหวัดแพร่ สวนป่าท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ และสวนป่าทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ทำการสุ่มตัวอย่างไม้สักในสวนป่าแต่ละแห่ง โดยให้มีการกระจายของขนาดเส้นรอบวงตั้งแต่ 9 ถึง 35 เซนติเมตร สวนป่าละ 25 ต้น ทำการล้มต้นไม้ตัวอย่างทั้งหมด วัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก ความสูงที่เป็นสินค้าได้ และความสูงทั้งหมดของต้นไม้ที่ล้มทุกต้น แยกส่วนของลำต้น กิ่ง และใบ ชั่งหาน้ำหนักสด และสุ่มตัวอย่างเพื่อหาน้ำหนักแห้ง สำหรับเป็นข้อมูลในการสร้างสมการมวลชีวภาพ ส่วนที่เป็นลำต้น ทำการทอนออกเป็นท่อน ตามแนวปฏิบัติขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่ใช้ในการค้า ท่อนไม้ที่ทอนแล้วแต่ละท่อน ทำการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางส่วนโคน ส่วนปลาย และความยาวของท่อนไม้สักทุกท่อน แยกเป็นส่วนที่ขายเป็นไม้ท่อน และส่วนที่ขายเป็นเศษไม้ สุ่มตัวอย่างเพื่อหาความหนาแน่นของไม้สัก และวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิมวลชีวภาพไม้สักรายต้น สำหรับสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพของหมู่ไม้ดำเนินการโดยการสำรวจต้นไม้ในสวนป่าจำแนกตามอายุด้วย line plot system โดยใช้แปลงวงกลมขนาด 500 ตารางเมตร ผลการศึกษาพบว่า สวนป่าสักทั้ง 6 แห่งมีไม้สักที่มีอายุแตกต่างกัน และมีจำนวนต้นไม้และขนาดของต้นไม้ในแปลงแตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละสวนป่ามีการจัดการทางวนวัฒนวิทยาที่แตกต่างกัน แปลงปลูกที่มีอายุมาก มีค่าเฉลี่ยของเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก และความสูงลดลง เนื่องจากต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดออกไป ต้นไม้ที่เหลืออยู่เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะดี และถูกเก็บไว้เป็นแม่ไม้ สมการแอลโลเมตรีที่สร้างจากต้นไม้ตัวอย่างของแต่ละสวน มีค่าความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงในส่วนลำต้นและส่วนเหนือดิน ในรูปแบบ power model โดยมีค่ากำลังสองของเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกคูณด้วยความสูงเป็นตัวแปร ค่าเฉลี่ยของสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพรายต้นของสักมีค่าเท่ากับ 497.26 กก./ม3 ในขณะที่สัมประสิทธิ์มวลชีวภาพของหมู่ไม้สักมีค่าเท่ากับ 543.33 กก./ม3 ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพของสักมีค่าต่ำกว่าค่ากลางของ IPCC มาก ซึ่งส่งผลต่อการประเมินปริมาณการปล่อยและการกักเก็บคาร์บอนในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ จากการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบการประเมินมวลชีวภาพรายต้นของไม้สักด้วยวิธีการต่างๆ 3 รูปแบบ ได้แก่ การใช้สมการแอลโลเมตรี การใช้ค่าความหนาแน่นเนื้อไม้ และการใช้ค่าสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพ พบว่า มวลชีวภาพที่ประเมินได้ทั้ง 3 รูปแบบ ไม่มีความแตกต่างทางสถิตกับมวลชีวภาพที่ได้จากการตรวจวัดในภาคสนาม โดยวิธีการใช้สมการแอลโลเมตรีให้ค่าความถูกต้องมากที่สุด สำหรับการประเมินมวลชีวภาพของหมู่ไม้นั้น เนื่องจากต้นไม้ในแปลงมีขนาดและอายุที่มีความผันแปรแตกต่างกันมาก การใช้ค่าสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพซึ่งเป็นค่าคงที่ จึงให้ผลที่มีความแตกต่างจากค่าที่ประเมินได้จากสมการแอลโลเมตรี แสดงว่าการใช้ค่าสัมประสิทธิ์มวลชีวภาพยังไม่เหมาะสมในการนำมาใช้ประเมินมวลชีวภาพของหมู่ไม้ หากต้องการหาค่าที่มีความถูกต้องแม่นยำ ควรเลือกสวนป่าที่มีอายุ และขนาดของต้นไม้ที่มีความสม่ำเสมอ การประเมินการกักเก็บคาร์บอนของสวนป่าสักทั้ง 6 แห่ง พบว่า ศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของสวนป่าสักไม่มีความแตกต่างทางสถิติระหว่างสวนป่า แต่มีความแตกต่างกันตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง โดยสวนป่าสักทั้ง 6 แห่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มีพื้นที่ปลูกรวม 60,893.70 ไร่ มีปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในสวนป่าสักรวม 103,278.91 ตัน คิดเป็นอัตราการดูดกลับคาร์บอนของสวนป่าทั้ง 6 แห่งนี้เท่ากับ 3,313.79 ตันต่อปี หรือเท่ากับ 12,150.56 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี