การพัฒนาระบบติดตามการกักเก็บและการปล่อยคาร์บอนรายเดือนในภาคการเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพาะปลูกเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการกักเก็บ และการปลดปล่อยคาร์บอนจากบรรยากาศ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณ และการกระจายของมวลชีวภาพ และปริมาณการกักเก็บคาร์บอนเหนือผิวดินในพื้นที่การเกษตร และพัฒนาระบบคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนเหนือผิวดินในพื้นที่การเกษตรแบบใกล้เคียงเวลาจริง โดยวิเคราะห์การประเมินผลผลิตปฐมภูมิสุทธิ (NPP) ด้วยแบบจำลอง 3PGS จากข้อมูลของดาวเทียม TERRA/AQUA MODIS พื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่การเกษตรของประเทศไทยที่อยู่ในแนวบันทึกข้อมูล h27v07 ของ TERRA/AQUA MODIS โดยมีจำนวน 61 จังหวัด ข้อมูลจากที่ใช้ในการศึกษามีรายละเอียดเชิงพื้นที่เท่ากับ 250 เมตร รายละเอียดเชิงคลื่นเป็น Red (620–670 nm) และ NIR (841–876 nm) และใช้รายละเอียดเชิงช่วงเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลทุก ๆ 8 วัน ในปี 2560 รวมทั้งสิ้น 44 ช่วงเวลา ผลการศึกษาพบว่า NPP ของพื้นที่การเกษตร มีค่าเฉลี่ย NPPเท่ากับ 4.59 gC/m2/day เมื่อคำนวณทั้งหมดหมดของภาคการเกษตรจะพบว่า NPP เท่ากับ 800,113.4 tonC/day การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบไม้ยืนต้นมีค่าเฉลี่ยของ NPP มากที่สุดคือ 5.36 gC/m2/day และ 5.06 gC/m2/day แต่เมื่อดูผลผลิตรวมทั้งประเทศแล้วกลับพบว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบนาข้าว และพืชไร่มี NPP มากที่สุด โดยทั้งพื้นที่การทำการเกษตรแบบนาข้าว และพืชไร่รวมกันคิดเป็น 86% ของผลผลิตปฐมภูมิสุทธิทั้งหมดที่ผลิตได้ ผลการศึกษาความสัมพันธ์กับข้อมูลที่สำรวจจากภาคสนามอย่างมีนัยสำคัญ (R2 = 0.72, p <0.05) การพัฒนาระบบคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนพัฒนาจากภาษา Python และ Library ของ PyModis มาใช้ โดยข้อมูลทั้งหมดถูกเผยแพร่แผนที่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต