Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การกักเก็บคาร์บอนและปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จังหวัดนครปฐม

วิชิตา อินทรศรี กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การกักเก็บคาร์บอนและปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จังหวัดนครปฐม เพื่อศึกษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาร์บอนในดิน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ดำเนินการศึกษา ระหว่างปี พ.ศ. 2562-2564 โดยแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ข้าวไม้ผล และพืชผสมผสาน จากการสำรวจข้อมูลทั่วไปในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จังหวัดนครปฐม พบกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร 112 ราย เป็นเพศหญิงร้อยละ 55.36 และเพศชายร้อยละ 44.64 ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 60 ปี จังหวัดนครปฐมมีจำนวน 112 ราย ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล และพืชผสมผสาน ร้อยละ 38.39 และ 30.36 ตามลำดับ เกษตรกรได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อย่างน้อย 1 มาตรฐานร้อยละ 34.82 ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดินพื้นที่เกษตรอินทรีย์พบว่ามีระดับความเป็นกรดเป็นด่างเฉลี่ย 6.92 อยู่ในระดับเป็นกลาง ค่าการนำไฟฟ้า 0.59 เดซิซีเมนต่อเมตร ปริมาณอินทรียวัตถุค่อนข้างสูง 2.96 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน 1.72 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 448.46 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ 286.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้อยู่ในระดับสูงมากปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในพื้นที่ปลูกพืชผสมผสานมีค่าเฉลี่ยสูง 1.825 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปริมาณอินทรีย์คาร์บอนนั้นมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ค่าการนำไฟฟ้า และแมกนีเซียม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติการกักเก็บคาร์บอนในดินพื้นที่ปลูกข้าว พืชผัก ไม้ผล และพืชผสมผสานเฉลี่ย 5.47 5.60 5.06 และ 5.32 ตันคาร์บอนต่อไร่ต่อปี ตามลำดับ ส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พื้นที่ปลูกข้าว พืชผัก ไม้ผล และพืชผสมผสาน พบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 0.569 0.525 0.533 และ 0.606 ไมโครโมลต่อตารางเมตรต่อวินาที ตามลำดับ ในพื้นที่ปลูกพืชผสมผสานมีค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงโดยเฉพาะช่วงเวลาบ่ายปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าช่วงเย็น จากผลการศึกษาในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จังหวัดนครปฐม การจัดการดินและน้ำของเกษตรกร สามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและกักเก็บคาร์บอนไว้ในดิน จึงเป็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เป็นการผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถพัฒนาไปยังพื้นที่อื่นต่อไปได้

คำสำคัญ

เกษตรอินทรีย์Organic Agriculturesoil carbonCarbon dioxide emissionคาร์บอนในดินการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเก็บกักคาร์บอนบอนอินทรีย์เปรียบเทียบในดินทางการเกษตรของประเทศไทย

อัญชลี สุทธิประการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558

การประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากหญ้าเนเปียร์ของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชน

พิสิษฏ์ มณีโชติ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2559

การประเมินการเก็บกักคาร์บอนในดิน บริเวณสวนป่ากฤษณา สวนยางพาราและนาข้าว

วรากร สุจริต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2558

ปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ส่วนต่างๆ และการเก็บสะสมภายใต้ดินปลูกข้าว

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

อิทธิพลของระบบการปลูกพืชเชิงอนุรักษ์ต่อดัชนีคุณภาพคาร์บอนอินทรีย์ในดินบนพื้นที่ลาดชัน

วรรธนัย อ้นสำราญ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

ผลของการไถพรวนที่มีต่อปริมาณคาร์บอนที่เก็บสะสมในดิน และผลผลิตข้าวโพด กรณีศึกษาพื้นที่เกษตรกรรม จังหวัดลพบุรี

ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2561

คาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ด้วยวิธีประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

นิรันดร์ คงฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2564

การพัฒนาระบบติดตามการกักเก็บและการปล่อยคาร์บอนรายเดือนในภาคการเกษตร

ศักดิ์ดา หอมหวล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2560

The diversity of plant species, the types of plant uses and the estimate of carbon stock in agroforestry system in Harapan Makmur Village, Bengkulu, Indonesia

พ.ศ. 2559

ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนที่ถกออกซิไดซ์จากการใช้วิธีวอล์คเลย์-แบลคหาอินทรีย์คาร์บอนในดินประเทศไทย

จิราพร สวยสม พ.ศ. 2562