การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงโดยการจัดการดินและน้ำในพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่ม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงโดยการจัดการดินและน้ำในพื้นที่ปลูกข้าวและข้าวโพด มีงานวิจัยย่อย 5 ด้าน คือ 1.ทำนายผลผลิตข้าวและข้าวโพดเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรง 2.ความชื้นในดินต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3.การเผาต่อระบบการปลูกข้าวโพด และคาร์บอนในดิน 4.ความอุดมสมบูรณ์ของดินและการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ปลูกข้าวโพด 5. การเผาตอซังและไม่ไถพรวนในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยดำเนินการบนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สูง ด้านผลการทำนายผลผลิตข้าวและข้าวโพดในปี พ.ศ. 2573 และ 2603 เมื่อเทียบกับผลผลิตในปีฐาน (พ.ศ. 2561 - 2563) พบว่า ปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าลดลง โดยผลผลิตข้าวเฉลี่ยในปีฐาน เท่ากับ 623 กิโลกรัมต่อไร่และจะมีผลผลิตที่ ลดลงร้อยละ 3.54 และเพิ่มร้อยละ 15.00 คือ 601-717 กิโลกรัมต่อไร่ แต่สำหรับผลผลิตข้าวโพดเฉลี่ยในปีฐานเท่ากับ 872 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มร้อยละ 0.87 จากปีฐาน และเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 3.24 คือ 879 – 900 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ในเรื่องความชื้นดินผลการศึกษาการคลุมดินและการให้น้ำ พบว่าวิธีการไม่คลุมดินและวิธีการที่ให้น้ำทุก 4 วัน เป็นวิธีที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของข้าวโพดสูงสุด 1,390 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด 7,897 บาทต่อไร่ ในด้านการศึกษาเรื่องอิทธิพลจากการเผาพบว่า การเจริญเติบโตของข้าวโพดในฤดูปลูกแรก คือไม่เผาตอซัง+ไถพรวน+ปุ๋ยTSFM+ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 4 ตันต่อไร่ ให้ผลผลิต 1,600 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลตอบแทนสูงสุด 8,837.88 บาทต่อไร่ ในด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินบริเวณลุ่มน้ำแม่แจ่มและพื้นที่ปลูกข้าวโพด มีปริมาณอินทรียวัตถุเฉลี่ย 3.08 เปอร์เซ็นต์ คาร์บอนในดินเฉลี่ย 1.79 เปอร์เซ็นต์ ไนโตรเจนในดินเฉลี่ย 0.17 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสในดินเฉลี่ย 58.13 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และโพแทสเซียมในดินเฉลี่ย 121.83 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ โดยในปี 2562 และ 2563 พบว่า ความอุดมสมบูรณ์ของดินมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเฉลี่ย 21 จุดต่อปี ส่งผลให้เกิดพื้นที่ถูกเผาไหม้ เฉลี่ย 12,917 ไร่ต่อปี ทำให้มีปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 5,683 ตันต่อปี. โครงการสุดท้ายการจัดการดินแบบไถพรวนและไม่ไถพรวนดิน กับการเผา พบว่าการไม่ไถพรวนและเผาตอซังให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ Corn farming with zero tillage สูงสุดอยู่ในช่วง 8,837 – 10,284 บาทต่อไร่ และให้กำไรสุทธิสูงสุดอยู่ในช่วง 5,021- 6,468 บาทต่อไร่ สรุปพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่มในอนาคตอาจไม่ได้รับผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้แต่ยังคงต้องให้ความสนใจในมาตรการเพื่อให้เกษตรกรปรับตัว