ความหลากหลาย และบทบาทของเห็บในการนำเชื้อในธรรมชาติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เห็บเป็นปรสิตภายนอกที่มีสำคัญของสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งชนิดที่เป็นสัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ และสัตว์ป่า วงชีวิตของเห็บประกอบไปด้วยระยะต่างๆ ได้แก่ ไข่ ตัวอ่อน ตัวกลางวัยและตัวเต็มวัย บริเวณที่เห็บอาศัยอยู่นั้นมักเป็นบริเวณที่มีสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนที่ค่อนข้างมากเพื่อให้ง่ายต่อการขึ้นไปดูดเลือดจากสัตว์ เห็บสามารถก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพค่อนข้างมากทั้งในสัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ สัตว์ป่า รวมทั้งเห็บยังสามารถนำเชื้อต่างๆ จากสัตว์มาสู่คนได้อีกด้วย สัตว์ป่ามีความสำคัญในแง่ของการเป็นสัตว์เก็บกักโรคในวงจรการแพร่เชื้อระหว่างสัตว์ เห็บ และคน อย่างไรก็ตามข้อมูลเกี่ยวกับความหลากหลายของชนิดเห็บและการติดเชื้อในเห็บแต่ละชนิดและจากแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยนั้นมีอยู่อย่างจำกัด เห็บเป็นปรสิตภายนอกที่มีความสำคัญในสัตว์ป่าที่เพาะเลี้ยงในสวนสัตว์เปิด จากการศึกษานี้พบว่ามีเห็บทั้งในพื้นที่ของสวนสัตว์และบนตัวสัตว์ป่า นอกจากนี้ก็ตรวจพบเชื้อโปรโตซัว Theileria spp. ในเห็บทั้งในพื้นที่ของสวนสัตว์และบนตัวสัตว์ป่า รวมไปถึงการตรวจพบเชื้อในสัตว์ป่าในสวนสัตว์นี้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีเห็บในพบในบริเวณนี้มีเพียง 2 ชนิด คือ Haemaphysalis spp. และ Rhipicephalus sanguineus อย่างไรก็ตามพบการติดเชื้อ Theileria spp. เฉพาะในเห็บ Haemaphysalis spp. โดยพบการติดเชื้อในเห็บที่เก็บในพื้นที่สวนสัตว์ ร้อยละ 3.6 (2/56) และพบการติดเชื้อในเห็บบนตัวสัตว์ชนิดต่างๆ ร้อยละ 14.5 (20/138) ซึ่งเป็นเห็บที่พบบนกวางป่าธรรมชาติ กวางดาวธรรมชาติ กวางรูซ่า ละมั่งพม่า เก้งแดง และสมเสร็จ นอกจากนี้แล้วในการศึกษานี้ยังได้ค้นพบแมลงวันเหลืองในสกุล Lipoptena (L. ) fortisetosa ซึ่งเป็นแมลงที่เป็นปรสิตภายนอกและเป็นพาหะที่มีศักยภาพและเป็นพาหะนำโรคสู่สัตว์และมนุษย์ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อตรวจสอบการปรากฏตัวของ L. fortisetosa ในละมั่งพม่าและบทบาทของแมลงชนิดนี้ในฐานะพาหะนำโรคในประเทศไทยโดยใช้การวิเคราะห์ระดับโมเลกุล แมลงระยะที่ไม่มีปีกทั้งหมด 91 ตัวถูกรวบรวมและจำแนกทางสัณฐานวิทยาว่าเป็น L. fortisetosa หลังจากนั้นได้ศึกษาทางอณูชีววิทยาของยีน COI พบว่าผลลัพธ์ของ COI BLASTn แสดงให้เห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับ L. fortisetosa (เลขทะเบียน OL850869/จีน) ที่ 94.28-94.45% จากการวิเคราะห์สายวิวัฒนาการ ตัวอย่าง L. fortisetosa จากประเทศไทยแยกเป็นกลุ่มที่แตกต่างจาก L. fortisetosa ที่มีข้อมูลใน GenBank? สำหรับการตรวจหาเชื้อโรคในแมลงชนิดนี้พบว่า 46.2% (42/91) มีผลบวกต่อ Theileria ในขณะที่ไม่มี Lipoptena ให้ผลบวกต่อ Babesia และเมื่อศึกษาถึงรายละเอียดของเชื้อ Theileria ที่พบในการศึกษานี้จำนวน 21 ตัวอย่าง พบว่า 98.84-100% เหมือนกับ Theileria sp. การวิเคราะห์สายวิวัฒนาการของ Theileria พบว่าเป็นเชื้อ Theileria capreoli และ Theileria cervi การตรวจพบแมลง L. fortisetosa จากการศึกษานี้เป็นการพบว่ามีแมลงชนิดนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้งการตรวจพบเชื้อเหล่านี้ด้วย ซึ่งเป็นการบ่งชี้ได้ว่า L. fortisetosa อาจทำหน้าที่เป็นพาหะของเชื้อ Theileria spp. ในละมั่งพม่าในประเทศไทย การกำจัดและควบคุมเห็บและแมลงจึงมีความสำคัญและจำเป็นเพื่อป้องกันการนำเชื้อในสัตว์ป่าในสวนสัตว์และในธรรมชาติ รวมถึงโอกาสในการนำเชื้อจากสัตว์มาสู่คนอีกด้วย