การสำรวจการติดเชื้อหนอนพยาธิหัวใจในเลือดสุนัขและยุงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคที่พบในสัตว์โดยเฉพาะสุนัขและแมว ในมนุษย์นั้นพบว่าเป็นการติดเชื้อโดยบังเอิญ สำหรับประเทศไทยทั้ง Dirofilaria immitis และ Direpens สามารถพบในสุนัขและแมวทั่วไป ในคนไทยมีรายงานการติดเชื้อ Dirofilaria ในลูกตา 2 ราย เมื่อปีพ.ศ.2498 และ พ.ศ. 2526 โดยทั้งสองรายมาจากจังหวัดทางภาคใต้ของไทย และในปี 2558 คณะผู้วิจัยได้พบผู้ป่วยที่ที่มีการติดเชื้อ Dirofilaria บริเวณใต้เยื่อบุตา ซึ่งผู้ป่วยอาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงทำการสำรวจการติดเชื้อในสัตว์ที่เป็นพาหะคือ สนุข ยุงรำคาญและยุงแม่ไก่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และหาสายพันธุ์ของเชื้อ รวมถึงศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของเชื้อ จากผลการทดลองพบว่าในยุงร าคาญที่เก็บจากธรรมชาติไม่พบสารพันธุกรรมของ Dirofilaria แต่ในยุงแม่ไก่พบให้ผลบวก 4 ตัวอย่าง (1.99%) เป็น Brugia pahangi ส าหรับตัวอย่างเลือดสุนัขพบว่าให้ผลบวกจำนวน 26 ตัวอย่าง พบว่าเป็นหนอนพยาธิฟิลาเรียสายพันธุ์ Brugia pahangi จ านวน 9 ตัวอย่าง Dirofilaria immitis จำนวน 15 ตัวอย่าง และ Direpens จำนวน 2 ตัวอย่าง ผลการคำนวณเปอร์เซ็นต์ความต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์ภายในสายพันธุ์ของหนอนพยาธิฟิลาเรีย พบว่าในสายพันธุ์ B. pahangi, D.immitis และ D. repens เปอร์เซ็นต์ intraspecific variation ของตัวอย่างเท่ากับ 0.4-14.3%, 0-11.8% และ 11.5% ตามลำดับ เมื่อทำการสร้างแผนภูมิวิวัฒนาการ พบว่าสามารถแยกสายพันธุ์ของหนอนพยาธิฟิลาเรียได้ในแต่ละสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ D. immitis และ D. repens มีความไกล้ชิดกันซึ่งการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ติดตาม การควบคุมและป้องกันโรคหนอนพยาธิหัวใจและนำข้อมูลความหลากหลายทางพันธุกรรมสามารถนำไปใช้ต่อไปในอนาคตได้