การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเลยชื่อผู้วิจัย นายฤตธวัส พินิจนึก และนางสาววนิดา สิมพลปีที่วิจัยเสร็จ 2565บทคัดย่อการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเลย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย 2) พัฒนารูปแบบ 3) ทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีขั้นตอนการวิจัย 4 ระยะ ประกอบด้วยระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ (R1) ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบ (D1) ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบ (R2) และระยะที่ 4 ประเมินผลและปรับปรุง (D2) เก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสานทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน และแบบนิเทศ ดำเนินการวิจัยในปีการศึกษา 2565 กลุ่มเป้าหมาย คือ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดเลย จำนวน 9 โรงเรียน โดยการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความสอดคล้องระหว่างผู้ประเมิน และสถิติทดสอบที ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันในการรับรู้สมรรถนะพื้นฐานในการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนจังหวัดเลย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ระดับสมรรถนะที่มีค่าการรับรู้อยู่ในระดับสูงที่สุด คือ การทำงานร่วมกับคนอื่น ส่วนสมรรถนะที่มีค่าการรับรู้อยู่ในระดับต่ำที่สุด คือ การสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันผู้อื่น สภาพการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีมุมมองที่ดีต่อการส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน โดยเห็นว่า การส่งเสริมทักษะอาชีพเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้เรียนต้องมีทักษะพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต สามารถส่งเสริมพฤติกรรมนักเรียนด้านการมีวินัย ครูได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนักเรียนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอาชีพที่โรงเรียนดำเนินการจัดการเรียนการสอนไม่ได้เกิดจากความสนใจของนักเรียน แต่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคลของครู ดังนั้นการสอนอาชีพจึงจำกัดอยู่ภายในโรงเรียน ไม่ได้ฝึกนักเรียนในทุกมิติของการเรียนรู้ ความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ต้องการส่งเสริมการเรียนการสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ต้องการจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนรู้จักตนเอง ค้นพบตนเอง สามารถตัดสินใจวางแผนศึกษาต่อเพื่อเข้าสู่อาชีพ หรือออกไปประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต คาดหวังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการเป็นผู้ประกอบการ มีทักษะการคิด ทักษะการลงมือปฏิบัติ และทักษะการแก้ปัญหา2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย เป็นรูปแบบเชิงทฤษฎีโดยประยุกต์ใช้กระบวนการออกแบบตามแนวทาง ADDIE Model มี 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 วิเคราะห์สำรวจสภาพภูมิสังคม (Analyze) องค์ประกอบที่ 2 ออกแบบและพัฒนา (Design and Develop) องค์ประกอบที่ 3 ปฏิบัติและประเมินผล (Implement and Evaluate) 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย พบว่า กิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนแบ่งได้ 2 ประเภท คือ กิจกรรมที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการทางสังคม ส่วนใหญ่สอดคล้องกับความสนใจของนักเรียน โดยสามารถจัดประเภทของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้ 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทที่ 1 กิจกรรมการเรียนรู้ได้รับการออกแบบและดำเนินการโดยครูในโรงเรียน ประเภทที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ออกแบบและดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยวิทยากรภายนอก และประเภทที่ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มีการออกแบบและดำเนินการร่วมกันโดยครูในโรงเรียนและวิทยากรภายนอก โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ภาระงานเป็นฐาน ตามบริบทของตนเอง แต่การจัดและแสวงหาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้โดยใช้การทำงานเป็นฐาน โรงเรียนส่วนใหญ่ควรมีการพัฒนาต่อ ผลการประเมินสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียน พบว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการอยู่ในระดับคุณภาพดีเยี่ยม จำนวนมากที่สุด ร้อยละ 52.30 โดยด้านที่มีการพัฒนาได้ดีเยี่ยม 3 ลำดับแรก คือ ด้านการทำงานร่วมกับคนอื่น ด้านการแสวงหาโอกาส และด้านการคิดเชิงจริยธรรมและความยั่งยืน ส่วนด้านที่นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพัฒนามากที่สุด คือ ด้านการจัดการกับความไม่ชัดเจนและความเสี่ยง ผลการเปรียบเทียบคะแนนสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนกับเกณฑ์คุณภาพระดับดี พบว่า นักเรียนมีคะแนนสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการโดยภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และทุกด้านสูงกว่าเกณฑ์คุณภาพระดับดี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยครู ผู้บริหารสถานศึกษา และนักเรียนพึงพอใจในการทดลองใช้รูปแบบอยู่ในระดับมาก4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดเลย พบว่า ภาพรวมมีความเป็นประโยชน์ เป็นไปได้ เหมาะสมและถูกต้องอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลการวิเคราะห์ฉันทามติเพื่อรับรองรูปแบบจากค่าความสอดคล้องระหว่างการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความสอดคล้องอยู่ในระดับดี