แนวทางการส่งเสริมการตัดสินใจศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หัวข้อการวิจัย แนวทางการส่งเสริมการตัดสินใจศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการหน่วยงาน สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2564บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการตัดสินใจศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2564 ในสถานศึกษารัฐบาลและเอกชน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ประชากรทั้งหมด 654,953 คน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 3,504 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา นำเสนอในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ (frequency) ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Analysis) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากร คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 17 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. ปัจจัยด้านส่วนตัว ในภาพรวมทั่วประเทศและ 6 ภาค พบว่า ภาพรวมของปัจจัยด้านนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่อยู่ในระดับมาก คือ สามารถเรียนต่อถึงระดับปริญญาได้ เรียนสายอาชีวศึกษาแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ทันที และคิดว่าตนเองชอบเรียนปฏิบัติมากกว่าเรียนทฤษฎี ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากการเรียนอาชีวศึกษานั้นเป็นการเรียนในวิชาชีพที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด หรือการเรียนทำให้ทราบว่าตนเองถนัดด้านใด ขณะเดียวกันผู้เรียนมีความคาดหวังว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับจากการศึกษาไปใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว อีกทั้งเมื่อมีโอกาสที่จะหาความรู้เพิ่มเติม ก็สามารถที่จะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นตามความต้องการของตนเองต่อไปได้ 2. ปัจจัยด้านครอบครัว ในภาพรวมทั่วประเทศและ 6 ภาค พบว่า ภาพรวมของปัจจัยด้านนี้อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่อยู่ในระดับมาก คือ การอบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีระเบียบวินัยและปฏิบัติตนให้เหมาะสมของผู้ปกครอง การเอาใจใส่ของผู้ปกครองในการติดตามการทำกิจกรรมการเรียนรู้และผลการเรียนของนักเรียน การสนับสนุนของผู้ปกครองในการให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และการสนับสนุนและให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา เนื่องจากผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของนักเรียนที่จะเลือกเรียนต่อสายอาชีวศึกษา 3. ปัจจัยด้านสถาบันการศึกษา ในภาพรวมทั่วประเทศและ 6 ภาค พบว่า ภาพรวมของปัจจัยด้านนี้อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่อยู่ในระดับมาก คือ มีสถานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ และศูนย์คอมพิวเตอร์ ครูผู้สอนในสถาบันอาชีวศึกษามีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรม และมีมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ เนื่องจากสถานศึกษามุ่งพัฒนาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี และระบบออนไลน์ต่าง ๆ สถานศึกษาต้องมีความพร้อมทางด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4. ปัจจัยด้านสังคม ในภาพรวมทั่วประเทศและ 6 ภาค พบว่า ภาพรวมของปัจจัยด้านนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่อยู่ในระดับมาก คือ การรับรู้ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ เช่น TV, Internet, Social media นโยบายสนับสนุนการศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา เช่น ทุนต่าง ๆ และความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศ ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากโอกาสในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือการมีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับข้อมูลจากครูแนะแนวและครูประจำชั้นที่มีความเข้าใจในการศึกษาระดับอาชีวศึกษาพอสมควร อาทิ สาขาวิชาที่จัดการเรียนการสอน โอกาสในการประกอบอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว โอกาสในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และที่สำคัญ ครูประจำชั้นควรมีความเข้าใจในขีดความสามารถของนักเรียนในการเรียนต่อด้านอาชีวศึกษา นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำ อาจส่งผลทำให้ไม่สามารถได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านทุนการศึกษา ตลอดจนการได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ