การจัดการอาชีวศึกษาเกษตรบนพื้นฐานของครอบครัวเกษตรกรในท้องถิ่นโดยการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมของนักเรียน / นักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร , ผู้ปกครองและครู , ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของนักเรียน / นักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร , ผู้ปกครองและครูในด้านการเรียนการสอน การฝึกงานและการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการ ภาคตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษาสภาพความต้องการ , ด้านการวางแผน , ด้านการดำเนินการ , ด้านการประเมินผล , ด้านการปรับปรุงและพัฒนา , ศึกษาระดับความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนการฝึกงานและการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาเกษตรของนักเรียน / นักศึกษา , ผู้ปกครองและครูในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษาสภาพความต้องการ , ด้านการวางแผน , ด้านการดำเนินการ, ด้านการประเมินผล , ด้านการปรับปรุงและพัฒนา และใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาตลอดจนการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การฝึกงานอาชีวศึกษาเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน วิธีการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) แบบสำรวจ (Survey – Research) ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล (Collecting Data) ประชากร (Population) ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย นักเรียน / นักศึกษา ทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 880 คน , ผู้ปกครองของนักเรียน / นักศึกษาเหล่านั้น จำนวน 880 คน และครูผู้สอนอีก 330 คน รวมกลุ่มตัวอย่าง (Sampling) ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ทั้งสิ้น 2,090 คน จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 11 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษ.ท.) เชียงราย , วษ.ท. เชียงใหม่ , วษ.ท. ลำพูน , วษ.ท. แพร่ , วษ.ท. ตาก , วษ.ท. สุโขทัย , วษ.ท.อุบลราชธานี , วษ.ท. ศรีษะเกษ , วษ.ท.บุรีรัมย์ , วษ.ท. สงขลา และ วษ.ท. สตูล การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับการมีส่วนร่วมและระดับความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าความสัมพันธ์ (Correlation) สรุปปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลของนักเรียน / นักศึกษา พบว่าส่วนใหญ่ จำนวน 596 คน เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 67.7 โดยมีอายะเฉลี่ย 17.80 , นักเรียน / นักศึกษานับถือศาสนาพุทธ เป็นส่วนใหญ่ จำนวน 758 คน คิดเป็นร้อยละ 86.2 ส่วนมากกำลังเรียนชั้น ปวช. 1 คิดเป็นร้อยละ 30.2 และเรียนสาขาสัตวศาสตร์ มากที่สุด ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคมของผู้ปกครอง พบว่าส่วนใหญ่จำนวน 604 คนเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 68.6 โดยมีชายเฉลี่ย 46.16 ปี ส่วนใหญ่ จำนวน 740 คน สมรสคิดเป็นร้อยละ 84.1 โดยส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 62 มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน เป็นส่วนใหญ่ จำนวน 704 ราย คิดเป็นร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นส่วนใหญ่ จำนวน 606 ราย คิดเป็นร้อยละ 68.9 ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล ปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยทางสังคมของครู พบว่าครูส่วนใหญ่จำนวน 216 คน เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 65.5 โดยมีอายุเฉลี่ย 43.78 ปี และครูส่วนใหญ่จำนวน 258 คน สมรส คิดเป็นร้อยละ 78.2 ส่วนใหญ่จำนวน 214 คน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 64.9 จบการศึกษาด้านเกษตรศาสตร์ เป็นส่วนใหญ่ จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 60 โดยส่วนใหญ่มีตำแหน่งทางราชการเป็น ครู คศ. 1 จำนวน 141 ราย คิดเป็นร้อยละ 42.7 มีจำนวนสอนมากกว่าเกณฑ์ปกติ (18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 ร้อยละ 71.8 และ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ร้อยละ 69.1 ครูส่วนใหญ่จำนวน 102 คน มีเงินเดือนมากกว่า 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 30.9 ครูส่วนใหญ่ จำนวน 129 ราย คิดเป็นร้อยละ 39.1 มีประสบการณ์ในการสอนอยู่ระหว่าง 21 – 30 ปี ครูส่วนใหญ่ จำนวน 222 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.3 พักอาศัยในบ้านพักครูภายในวิทยาลัย และในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาครูส่วนใหญ่จำนวน 111 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.6 ไม่เคยได้เข้ารับการอบรมหรือสัมมนาเลย ระดับการมีส่วนร่วมและระดับความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน การฝึกงานและการพัฒนาหลักสูตร ของนักเรียน / นักศึกษา ในภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับการมีส่วนร่วม และระดับความพึงพอใจที่มาก ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน การฝึกงานและการพัฒนาหลักสูตรของผู้ปกครองในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ความสัมพันธ์ของปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลของนักเรียน / นักศึกษา ได้แก่ อายุ และระดับชั้นที่ศึกษาในภาพรวม มีความสัมพันธ์ทางลบกับ ระดับการส่วนร่วมและระดับความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอน , การฝึกงานและการพัฒนาหลักสูตร ความสัมพันธ์ของปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้ปกครอง ความสัมพันธ์ของปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยทางสังคมของครู โดยภาพรวมไม่มีความสัมพันธ์กับระดับการมีส่วนร่วมและระดับความพึงพอใจ