การศึกษาอัตราการดูดซึมแร่ธาตุแคลเซียม และฟอสฟอรัสเพื่อเพิ่มผลผลิตในการเพาะเลี้ยงหอยหวานวัยรุ่นในเชิงพาณิชย์ [Babylonia areolata, Link 1807]
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาแบ่งออกเป็น 3 การทดลอง การทดลองแรก ผลของการเพิ่มแคลเซียมและฟอสฟอรัส ในน้ำต่อการเริญเดิบไดของหอยหวานระชะวัรุ่น พบว่าการเจริญดิบไดค้นน้ำหนักของทุกชุดการ ทดลองไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) ในการเจริญเดิบ ไดค้นความยาวพบว่าหอขหวานที่ เลี้ยงคัวชระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด และมีการเดิมแคลเรียมให้การเจริญติบไตด้านความขาวมากที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.05) เมื่อสิ้นสุดการทคลองอัตราการรอดของหอยหวานทุกชุดทคลองไม่ แตกต่างกับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > 0.05) การทคลองที่สองมีวัตถุประสงค์เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราการดูดซึมแร่ ธาตุ แคลเซียมในน้ำพื่อการเจริญเดิบไดของหอยหวานระชะวัยวุ่น (Babylonia areolaia Link. 180) จากการ ทคลองพบว่าอัตราการดูดซึมแคลเซียมของหอยหวานระยะวัชรุ่นมีค่าเท่ากับ 0.42 mg Ca/g/(day และมี แนวไน้มว่าการเลี้ยงหอยหวานในระบบปิดที่เติมแคลเซียม จะทำให้การเจริญเติบใดค้านน้ำหนัก ความ ขาวเปลือก และความกว้างเปลือกรวมถึงดัชนีน้ำหนักปลือกต่อเนื้อของหอยหวาน การสะสมแคลเรียม ในเปลือกและเนื้อของหอยหวาน สูงกว่าการเลี้ยงในระบบปิดที่ไม่เดิมแคลเชียม การทดลองที่สามมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสที่เหมาะสมในการ เลี้ยงหอยหวาน (Babylonia areolata) ไคยทำอาหารสำเร็จรูปจำนวน 9 สูตร ซึ่งมีระดับไปรคืนคงที่ 30 เปอร์เซ็นต์ และมีระดับของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสแตกต่างกัน ดังนี้ 0:0, 0:1.5. 0:3, 1.5:0, 1.5:1.5. 1.5:3, 3:0 3:15 และ 3:3 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ไดขทดลองเลี้ยงในหอขหวานอายุ 4 เดือน ความ หนาแน่น 85.71 ตัวตารางเมตร ให้อาหารสำร็จรูป 2 เวลา คือ 09:00น. และ 15:00 น. ระยะเวลาในการ ทตลอง 16 สัปดาห์ ในระหว่างการทลองมีการตรวจวัดอัตราการเจริญเติบไตค้ำนน้ำหนัก และความ ขาวรวมถึงอัตราการรอดทุก 1: วัน ผลการทคลองพบว่าอาหารสำร็จรูปที่มีระดับแคลเซียม 0, 1.5 และ 3 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มีอัตราการเจริญเดิบโตแดกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) และอัตรา การรอดไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (3>0.05) ส่วนอาหารสำเร็จรูปที่มีระดับ ฟอสฟอรัส 0, 1.5 และ 3 เปอร์เซ็นค์ พบว่าทั้งอัตราการเจริญเติบ ไดและอัตราการรอดไม่มีความ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05)