Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การเกิดสารไซยาโนทอกซินจากการเกิดยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำจืดและแนวทางในการฟื้นฟูแหล่งน้ำจืดที่เกิดยูโทรฟิเคชันเพื่อการใช้ประโยชน์ย่างยั่งยืน

รัฐชา ชัยชนะ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปัญหายูโทรฟิเคชันหรือการเกิดแพลงก์ตอนบลูมเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณภาพน้ำ ชนิดของแพลงก์ตอนพืช รวมถึงการศึกษาตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ ได้แก่ พืชน้ำ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา ในแหล่งน้ำที่เกิดปัญหายูโทรฟิเคชัน และศึกษาสารไซยาโนทอกซินและการสะสมของสารดังกล่าวในสิ่งมีชีวิต และ 2) ศึกษาการฟื้นฟูแหล่งน้ำด้วยการใส่สารโพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์ (polyaluminium chloroide, PAC) โดยวัดคุณภาพน้ำทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ และศึกษาดินตะกอนก่อนการฟื้นฟู ระหว่างการฟื้นฟู และหลังการฟื้นฟูสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ณ บ่อน้ำที่ทำการฟื้นฟูตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเพชรสยาม และสวนเฉลิมพระเกียรติ ๕๕ พรรษา สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตรกรุงเทพฯผลการศึกษาประสิทธิภาพการกำจัดความขุ่นของสาร PAC ด้วยวิธีจาร์ เทสต์ พบอยู่ระหว่างร้อยละ 17.36 – 60.25 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเติมสาร PAC มากขึ้น การทดสอบความเป็นพิษของสาร PAC ต่อลูกปลาตะเพียน (Barbonymus gonionotus) พบว่า LC50 ของ PAC ต่อปลาตะเพียน มีค่าลดลงเมื่อระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยค่าความเข้มข้นของ PAC ที่ทำให้ปลาตะเพียนขาวตายร้อยละ 50 ที่ 24 48 72 และ 96 ชั่วโมง คือ 466.72 449.62 431.92 และ 426.98 ppm ตามลำดับผลการฟื้นฟูแหล่งน้ำที่เกิดยูโทรฟิเคชันด้วยสาร PAC ของบ่อน้ำในหมู่บ้านเพชรสยาม และบ่อน้ำของกรมวิชาการเกษตร พบว่า คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำทั้ง 2 แห่ง ก่อนการฟื้นฟูและหลังการฟื้นฟูมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ในช่วงการใส่สาร PAC และหลังการใส่ PAC ไม่พบสัตว์น้ำได้รับผลกระทบจากการใส่สารดังกล่าว ค่าความสกปรกในรูปบีโอดีมีแนวโน้มลดลงทั้งบริเวณผิวน้ำและพื้นท้องน้ำ โดยเฉพาะค่าความโปร่งแสง และค่าความขุ่น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ค่าประสิทธิภาพการกำจัดความขุ่นของบ่อน้ำหมู่บ้านเพชรสยามและบ่อน้ำกรมวิชาการเกษตร เท่ากับร้อยละ 73.03?4.11 และ 35.50?5.34 ตามลำดับ ค่าประสิทธิภาพในการกำจัดคลอโรฟิลล์ เอ อยู่ในช่วงร้อยละ 55.72 – 62.85การศึกษาองค์ประกอบของแพลงก์ตอนพืช พบว่า บ่อน้ำหมู่บ้านเพชรสยามก่อนการฟื้นฟูมีปริมาณแพลงก์ตอนพืชรวม 843,400 ยูนิตต่อลิตร แพลงก์ตอนพืชชนิดเด่นที่พบ ได้แก่ Spirulina sp. และ Microcystis sp. หลังการฟื้นฟูพบปริมาณแพลงก์ตอนพืชลดลงมากกว่าร้อยละ 70 และพบแพลงก์ตอนพืชชนิดเด่นเปลี่ยนแปลงไป คือ Oscillatoria sp. และ Anabaena sp. ส่วนบ่อน้ำกรมวิชาการเกษตร ก่อนการฟื้นฟูพบปริมาณแพลงก์ตอนพืชรวม 1,932 ยูนิตต่อลิตร แพลงก์ตอนพืชชนิดเด่นที่พบ ได้แก่ Spirulina sp. หลังการฟื้นฟูพบปริมาณแพลงก์ตอนพืชรวมลดลงเล็กน้อย เท่ากับ 1,499 ยูนิตต่อลิตร การศึกษาปริมาณสารพิษไมโครซิสทินในบ่อน้ำของหมู่บ้านเพชรสยามพบเฉลี่ย 0.19?0.07 ไมโครกรัมต่อลิตร ไมโครซิสทินในพืชน้ำ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา พบเฉลี่ย 22.99?3.42, 19.41?10.65 และ 9.28?10.82 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ปริมาณสารพิษไมโครซิสตินที่พบในน้ำของบ่อน้ำกรมวิชาการเกษตรมีค่าเฉลี่ย 0.075?0.03ไมโครกรัมต่อลิตร ในส่วนของไมโครซิสทินในพืชน้ำพบปริมาณน้อย การศึกษาอัตราการตกตะกอน พบว่า ในช่วงระหว่างใส่สาร PAC พบอัตราการตกตะกอนสูงขึ้น ส่วนการศึกษาลักษณะของดินตะกอนดินพื้นท้องน้ำก่อนการฟื้นฟู พบว่า ตะกอนมีลักษณะเป็นตะกอนละเอียด จับตัวกันอย่างหลวม ๆ และระหว่างใส่สาร PAC ทั้ง 2 บ่อ พบว่า สาร PAC แพลงก์ตอนพืช และสารแขวนลอยเกิดการรวมตัวกันเป็นปุยตะกอน และตกตะกอนจมตัวอยู่เหนือบริเวณพื้นท้องน้ำ หลังการฟื้นฟูสัปดาห์ 1 พบว่า ปุยตะกอนหายไปจากพื้นท้องน้ำและกลับสู่สภาพปกติ นอกจากนี้ยังพบว่า จากการศึกษาลักษณะตะกอนพื้นท้องน้ำ การใส่สาร PAC ไม่ส่งผลทำให้แหล่งน้ำมีความตื้นเขินขึ้นคำสำคัญ: ยูโทรฟิเคชัน ไมโครซิสทิน โพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์ การฟื้นฟูแหล่งน้ำ

คำสำคัญ

การฟื้นฟูCyanobacteriaRestorationEutrophicationไซยาโนแบคทีเรียสัตว์น้ำAquatic animalmicrocystinWater bodyยูโทรฟิเคชันสารพิษไมโครซิสทินแหล่งน้ำจืด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนานวัตกรรมสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพน้ำและบำบัดสารตกค้างในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ตุลวิทย์ สถาปนจารุ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ผลของโมโนแคลเซียมฟอสเฟต และไดแคลเซียมฟอสเฟต ในแต่ละระดับต่างๆ กันต่อการเจริญเติบโต การรอดตาย ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และองค์ประกอบทางเคมีของปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii) ระยะปลาวัยอ่อน

สุภฎา คีรีรัฐนิคม มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

การศึกษาการนำสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นสารหน่วงการกัดกร่อนเพื่อทดแทนสารเคมีในระบบน้ำหล่อเย็น

มัณฑนา จริยาบูรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

สภาวะที่เหมาะสมในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์) ควบคู่กับการพัฒนา ประสิทธิภาพของบึงประดิษฐ์เพื่อบำบัดน้ำเสียชุมชน

นเรศ เชื้อสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้น้ำทิ้งจากการเลี้ยงปลานิลแดงแปลงเพศและปุ๋ยวิทยาศาสตร์สำหรับการเจริญเติบโตของพืช

อุษา อ้นทอง มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551

วิจัย ชนิดและปริมาณ กรดอะมิโน ในน้ำหมักชีวภาพที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตพืช

ดารารัตน์ โฮตาก้า กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

การบำบัดน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูในอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยหญ้าเนเปียร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ขนิษฐา สมตระกูล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2565

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อคุณภาพน้ำ โปรโตซัว พยาธิหนอนตัวแบน และเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคของปลานิลที่เลี้ยงใน กระชัง บริเวณเขื่อนลำปาว

วุฒิ รัตนวิชัย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2561

ความหลากหลายทางชีวภาพ และการเพาะเลี้ยงสาหร่ายและคุณภาพน้ำ และการสร้างบทเรียนท้องถิ่นในพื้นที่ฝายราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

ปริญญา มูลสิน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

สารสกัดสมุนไพรไทยยับยั้งเชื้อราน้ำสำคัญในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

จิราพร โรจน์ทินกร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2556