การพัฒนานวัตกรรมสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพน้ำและบำบัดสารตกค้างในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การปนเปื้อนยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์ จึงต้องบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางเคมีและชีวภาพในการฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำและบำบัดสารเคมีที่ตกค้าง (ออกซีเตตราไซคลิน (OTC), เอนโรฟลอกซาซิน (ENR) และ 17-แอลฟาเมทิลเทสโทสเทอโรน (17MT)) ในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทางเคมีมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมและคุ้มค่าของอนุภาคนาโนแคลเซียมเปอร์ออกไซด์ (nCaO2) ที่สังเคราะห์จากการผสม CaSO4:H2O2 (1:7) ผลการศึกษาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการบำบัดยาปฏิชีวนะ OTC ENR และ 17 MT ที่ความเข้มข้น 10 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้ประสิทธิภาพร้อยละ 86.42, 28.40 และ 80.43 โดยใช้ปริมาณ nCaO2 ที่เหมาะสม เท่ากับ 2, 10 และ 1 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ และเมื่อทดสอบในน้ำเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจริง ในสัดส่วนที่เท่ากันเป็นเวลา 2 วัน สามารถลด OTC และ 17 MT ลดลงร้อยละ 75.83 และ 53.86 ตามลำดับ เมื่อทดสอบเป็นพิษเชิงนิเวศของ nCaO2 พบว่าไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรแพลงก์ตอนสัตว์ บ่งชี้ได้ว่า nCaO2 มีความปลอดภัยต่อการนำไปใช้ในพื้นที่จริง เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการบำบัดโดยใช้ nCaO2 ที่การสังเคราะห์โดยยิปซั่ม (G-nCaO2) แบบผง และการฝังอนุภาคนาโนบนถ่านกัมมันต์ (Embedded-nCaO2) ให้ประสิทธิภาพในการบำบัดยาปฏิชีวนะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (>70%) สำหรับประสิทธิภาพในการย่อยสลาย OTC ENR และ 17 MT ในน้ำเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจริงด้วยระบบน้ำไหลผ่านได้ร้อยละ 54.43, 2.00 และ 50.26 ตามลำดับ และจากการศึกษาบำบัดน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจำลองพบว่าผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และบำบัดในดินตะกอนได้ร้อยละ 79.51, 17.03 และ 74.61 ตามลำดับ ณ เวลาสมดุลที่ 48 ชม. ส่วนการฟื้นฟูทางชีวภาพได้พัฒนานวัตกรรมไมโครแคปซูลจากการตรึงเอนไซม์แลคเคสด้วยโซเดียมอัลจีเนต ซึ่งเอนไซม์แลคเคสที่ใช้สกัดจาก Xylaria sp. โดยทำการศึกษาการกำจัด OTC 3 ปัจจัย ได้แก่ ความเข้มข้นเริ่มต้นของ OTC, pH และความเค็ม ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดหยาบ Xylaria sp. มีประสิทธิภาพในการกำจัด OTC และการตรึงสารสกัดหยาบ Xylaria sp. ในโซเดียมแอลจีเนตช่วยให้เอนไซม์ในสารสกัดหยาบมีศักยภาพในการบำบัดดีขึ้น เช่นเดียวกับผลการทดลองการบำบัด OTC ด้วยโครงสร้างพยุงต้นแบบทั้งแบบทรงกระบอก (Perforated column, PC) และทรงกลม (Perforated ball-on-stick, PBS) พบว่าสามารถบำบัด OTC ได้ดี ตลอดระยะเวลา 40 วัน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้มีแนวโน้มที่ดีที่จะนำไปประยุกต์ใช้และเป็นวิธีที่ต้นทุนต่ำเหมาะต่อการนำไปใช้ในการกำจัดสารตกค้างในน้ำเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ