การทำลายฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะในน้ำเสียจากผลิตยาของอุตสาหกรรมอาหารและยาโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแอดวานซ์ออกซิเดชั่นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การปล่อยยาปฏิชีวนะไปสู่สิ่งแวดล้อมอาจนำไปสู่การเสียสมดุลอย่างรุนแรงของระบบนิเวศ หนึ่งในเทคโนโลยีแบบใหม่สำหรับการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ ได้แก่ การประยุกต์ใช้กระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธิตการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ร่วมกับการใช้อุณหภูมิสูงที่ระดับต่างๆ ในการยับยั้งฤทธิ์ของยาปฎิชีวนะ 3 ชนิด ได้แก่ ceftazidime, ceftriazone, และ cefphalexin ในระบบน้ำเสียจำลอง โดยทำการทดสอบกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูงที่ความเข้มข้นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ร้อยละ 1 ถึง 5 โดยปริมาตร และที่ระดับอุณหภูมิ 60 ถึง 150 องศาเซลเซียส ที่เวลาต่างๆ ทั้งนี้เลือกใช้ความสามารถในการเจริญของเชื้อ อี.โคไล เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง โดยศึกษาความเข้มข้นของยาปฎิชีวนะในระบบน้ำเสียจำลองที่ระดับแตกต่างกัน ตั้งแต่ 60 ถึง 600 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร จากการศึกษาพบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูงในการยับยั้งฤทธิ์ของยาปฎิชีวนะสามารถทำได้โดยการเพิ่มความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ อุณหภูมิ และเวลาในการบำบัด สำหรับสภาวะการบำบัดที่เหมาะสมพิจารณาจากการเจริญของ อี.โคไล สูงสุดในตัวอย่างที่ผ่านกระบวนการบำบัด โดยเมื่อบำบัดน้ำเสียที่มีความเข้มข้นของยาปฏิชีวนะเท่ากับ 60 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 5 อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 120 นาที พบว่า อี.โคไล สามารถเจริญและเพิ่มจำนวนจากความเข้มข้นเริ่มต้น 4.61?0.01 เป็น 5.25?0.04 log CFU ต่อมิลลิลิตร ในทางกลับกันพบว่าการบำบัดที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 นาที ที่ความเข้มข้นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เดียวกัน สามารถทำลายฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะลงได้ทั้งหมด แม้จะมีความเข้มข้นเริ่มต้นสูงถึง 600 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรก็ตาม นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิธีการขจัดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เหลืออยู่ในตัวอย่างหลังการบำบัดด้วยกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง โดยทดลองใช้ยีสต์ผงในการออกซิไดซ์ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในระบบน้ำเสียจำลอง ทั้งนี้พบว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างปริมาณยีสต์ต่อปริมาตรน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูงแล้ว คือ อัตราส่วน 1 ต่อ 50 และใช้เวลาในการบ่มเป็นเวลา 30 นาที คำสำคัญ: กระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง/ ฤทธิ์ของยาปฎิชีวนะ/ อี.โคไล/ อุณหภูมิสูง/ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์