Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2553

การบำบัดน้ำเสียด้วยตัวเร่งทางชีวภาพ

มาริสา จาตุพรพิพัฒน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ วิธีบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มกุ้ง โดยทำให้น้ำใส ตัวอย่างเช่นระบบการบำบัดแบบแอกทิเวเต็ดสดัดจ์ โดยใช้แบคทีเรียที่ต้องการออกซิเจนในการย่อยสารอินทรีย์ และจับเป็นตะกอนสลัดจ์ ทำให้น้ำในระบบส่วนบนใสสามารถปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะได้ แต่บริเวณด้านล่างมีตะกอนสลัดส์ กระบวนการฟอกตัวในชั้นนี้ะถูกจำกัดด้วยปริมาณออกซิเจนและแสง จึงเกิดปัญหาในชั้นนี้ ในการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้น้ำใสโดยใช้เอนไซม์จากเปลือกสับปะรด ยีสต์ขนมปังและลูกแป้งข้าวหมาก และแบคทีเรียละลายฟอสเฟตในการแก้ปัญหาน้ำเสียสังเคราะห์ ผลจากการวิจัยพบว่า ผลความเข้มข้นน้ำคั้นหยาบสับปะรด ( ร้อยละ 10 20 และ 30 ) ยีสต์ร้อยละ0.02 ( ปริมาตรต่อปริมาตร ) ( ยีสต์ขนมปังและยีสต์ลูกแป้งข้าวหมาก ) และแบคทีเรียย่อยฟอสเฟตร้อยละ 2 P1( 26 ) และ P2 ( 72 ) ต่อการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ ภายใต้สภาวะอุณหภูมิห้อง ( ? 37 องศาเซลเซียส ) เป็นเวลา 28 วัน พบว่า การเติมน้ำคั้นหยาบสับปะรดจากส่วนเปลือก ร้อยละ 20 การเติมยีสต์ขนมปังร้อยละ 0.02 และการเติมแบคทีเรียย่อยฟอสเฟต P2 ( 72 ) ร้อยละ2 พบว่าค่าซีโอดีลดลงสูงสุด เท่ากับ ร้อยละ 27.47 66.66 และ 85.28 ตามลำดับ มากกว่าการเติมแบคทีเรียย่อยฟอสเฟต P1 ( 26 ) มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p ? 0.05) นอกจากนี้ อิทธิพลของเอนไซม์โบรมิเลนจากน้ำคั้นหยาบสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย และหัวเชื้อจุลินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ ภายใต้สภาวะอุณหภูมิห้อง ( 37 องศาเซลเซียส ) เป็นเวลา 49 วัน พบว่า การเติมน้ำคั้นหยาบจากเปลือกสับปะรดความเข้มข้นที่เหมาะสมร้อยละ 20 ร่วมกับยีสต์ขนมปังร้อยละ 0.02 และแบคทีเรียย่อยฟอสเฟต P2 ( 72 ) ร้อยละ 2 มีผลให้ค่าซีโอดี ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนและฟอสเฟตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ( p ? 0.05) ค่าซีโอดีและปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนลดลงได้มากที่สุดวันที่ 28 ร้อยละ 91.21 และ 86.5 ตามลำดับ ปริมาณฟอสเฟตลดลงได้มากที่สุดวันที่ 35 มีค่าร้อยละ 86.67 พบว่าการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์โดยเติมเอนไซม์โบรมิเลนจากน้ำคั้นหยาบสับปะรดร่วมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ มีประสิทธิภาพการบำบัดมากกว่าการเติมเอนไซม์โบรมิเลนจากน้ำคั้นหยาบสับปะรดหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

คำสำคัญ

TreatmentBromelainWaste waterBioactivation

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการศึกษาต้นแบบระบบบำบัดขยะอินทรีย์และน้ำเสียด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบมีเมมเบรน

สุดา อิทธิสุภรณ์รัตน์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560

การบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์โดยถังกรองไร้อากาศแบบไหลขึ้นที่เติมจุลินทรีย์จาวปลวกและจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

เพชร เพ็งชัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การศึกษาการใช้จุลินทรีย์ประสิทธิภาพอัดแท่งเพื่อการบำบัดน้ำเสีย

ธินัฐดา พิมพ์พวง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559

การผลิตภาชนะบรรจุอาหารชีวภาพจากชานอ้อยคั้นน้ำโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อดิศักดิ์ จตุรพิรีย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษากลไกการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เป็นพิษในน้ำ ชะขยะมูลฝอยชุมชน โดยระบบถังปฏิกรณ์ชีวภาพเมมเบรนสองขั้น

ชาติ เจียมไชยศรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

ความเป็นไปได้ในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพจากโรงงานอุตสาหกรรม

ชิษณุพงศ์ ประทุม มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

การพัฒนากระบวนการย่อยแบบไม่ใช้อากาศ เพื่อบำบัดตะกอนส่วนเกินจากระบบบำบัดน้ำเสีย

บุญชัย วิจิตรเสถียร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมกรผลิตหม้อฮ่อมด้วยเชื้อจุลินทรีย์ร่วมกับระบบบึงประดิษฐ์

สุภาพร แป้นสุวรรณ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2554

สภาวะที่เหมาะสมในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์) ควบคู่กับการพัฒนา ประสิทธิภาพของบึงประดิษฐ์เพื่อบำบัดน้ำเสียชุมชน

นเรศ เชื้อสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

ผลของหัวเชื้อจุลินทรีย์ต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียยางก้อนถ้วยด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์ชนิดไม่ใช้อากาศ

สุทิน ชนะบุญ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. 2562