Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

สภาวะที่เหมาะสมในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์) ควบคู่กับการพัฒนา ประสิทธิภาพของบึงประดิษฐ์เพื่อบำบัดน้ำเสียชุมชน

นเรศ เชื้อสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

น้ำเสียที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีปริมาณมากและมีความเข้มข้นของสารอินทรีย์สูง เมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ การศึกษาครั้งนี้นำระบบพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์มาใช้ในการบำบัดน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงปลาดุกลูกผสม และหมุนเวียนน้ำกลับไปใช้ใหม่ เป็นการลดการใช้ทรัพยากรน้ำ การศึกษาประกอบด้วยชุดทดลองจำนวน 2 ชุด ได้แก่ (1) ชุดควบคุม (CAS) ประกอบไปด้วยบ่อเลี้ยงปลาดุกลูกผสม โดยใช้น้ำประปา จำนวน 3 บ่อ และ (2) ชุดทดลอง (RAS) ประกอบไปด้วยบ่อเลี้ยงปลาดุกลูกผสม 4 บ่อ โดยใช้น้ำที่ผ่านระบบพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์แบบผสมระหว่าง แบบไหลใต้ผิว-แบบไหลผ่านพื้นผิว (SF-FWS) ทำการเดินระบบภายใต้สภาวะอัตราภาระรับน้ำทางชลศาสตร์ 0.32 ลูกบาศก์เมตรต่อตารางเมตรต่อวัน ผลการศึกษาพบว่าระบบ SF-FWS มีประสิทธิภาพในการกำจัด สารอินทรีย์ในรูป BOD5 COD TKN และ TP เท่ากับ ร้อยละ 55.29, 69.83, 42.36 และ 48.18 ตามลำดับ ค่าคุณภาพน้ำที่หมุนเวียนออกจากระบบพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์ มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ยกเว้น ค่าแอมโมเนีย และ TP ค่าคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลาดุกลูกผสม ทั้งแบบ CAS และ RAS มีค่าไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบผลกระทบของคุณภาพน้ำที่การหมุนเวียนออกจากระบบพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์ต่อ สมรรถนะการเจริญเติบโต สุขภาพ และองค์ประกอบทางเคมีของเนื้อปลาของปลาดุกลูกผสม (C. macrocephalus x C. gariepinus) ที่ระยะเวลาการทดลอง 5 เดือน แผนการทดลองเป็นแบบสุ่มสมบูรณ์ประกอบด้วย 2 ทรีทเมนต์ คือ ระบบ RAS และ ระบบ CAS ในแต่ละทรีทเมนต์ ประกอบด้วยจำนวนซ้ำ 3 ซ้ำ ทำการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมด้วยความหนาแน่น 50 ตัวต่อตารางเมตร ในบ่อซีเมนต์ขนาด 1.2 x 2.4 ตารางเมตร เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ทำการประเมินสมรรถนะการเจริญเติบโต ได้แก่ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ค่าอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ และอัตรารอด ของปลาดุกลูกผสม พบว่า ค่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ค่าอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อของปลาดุกทั้งสองกลุ่มทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) นอกจากนี้อัตราการรอดของทั้ง 2 กลุ่มทดลองมีค่าใกล้เคียงกัน ทำการวิเคราะห์ค่าทางโลหิตวิทยาของปลาดุกลูกผสม ก่อนเริ่มการทดลองและทุก ๆ เดือนตลอดการทดลอง ได้แก่ ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น ฮีโมโกลบิน และจำนวนเม็ดเลือดแดง พบว่ามีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ยกเว้นค่าฮีโมโกลบินที่ระยะเวลาการทดลองที่ 4 เดือน ค่าฮีโมโกลบินของปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงในระบบ RAS มีค่าต่ำกว่าค่าฮีโมโกลบินของปลาดุกลูกผสมในระบบ CAS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ได้ทำการวิเคราะห์ค่าองค์ประกอบทางเคมีของร่างกายปลาและค่าเคมีโลหิต เพื่อเปรียบเทียบผลกระทบต่อสุขภาพปลา พบว่า ปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงในระบบ RAS และ ระบบ CAS มีค่าองค์ประกอบทางเคมีในเนื้อปลา ได้แก่ เปอร์เซนต์โปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ เถ้า และความชื้น ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงในระบบ RAS และ ระบบ CAS ค่าเคมีโลหิต ได้แก่ ค่ากลูโคส ค่าคลอเลสเตอรอล ค่าไตรกลีเซอไรด์ ค่ายูเรียในเลือด ค่าครีเอตินิน ค่ากรดยูริค ค่าอัลบูมินในเลือด ค่าบิริลูบิน ค่าเอ็นไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส ระดับฮอร์โมนคอร์ติศอล และ ค่าสารอิเลคโตรไลต์ในเลือด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และค่าออสโมลาริตี ไม่แตกต่างกัน แต่ทว่าปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงในระบบ RAS มีค่าโปรตีนรวมในเลือด ค่าโกลบูลิน และ ค่าเอ็นไซม์ SGOT และ SGPT สูงกว่า และ ค่าสัดส่วนโปรตีนอัลบูมินต่อโกลบูลิน ต่ำกว่า ปลาทดลองในกลุ่ม CAS อย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าความแตกต่างของค่าเคมีโลหิตเหล่านี้อาจบ่งชี้ความผิดปกติของการทำงานของตับอันเนื่องมาจากการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมด้วยระบบน้ำ RAS ในระยะยาว แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าระบบ RAS ส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพปลาดุกลูกผสม เนื่องจากยังขาดข้อมูลด้านช่วงค่ามาตรฐานของค่าเคมีโลหิตเหล่านี้ของปลาดุกลูกผสม โดยภาพรวมค่าพารามิเตอร์ทางชีววิทยาต่างในการวิจัยแสดงให้เห็นว่าปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงในระบบ RAS และ ระบบ CAS มีสุขภาพดีใกล้เคียงกัน ดังนั้น พื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์มีศักยภาพในการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้สำหรับการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมได้ ภายในระยะเวลา 5 เดือน โดยไม่มีผลกระทบต่ออัตราผลผลิตและสุขภาพของปลาดุกลูกผสม

คำสำคัญ

Aquaculturehybrid catfishปลาดุกลูกผสมWater Reclamationการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำConstructed wetlandsพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การจัดการน้ำเสียด้วยโมเดลธนาคารน้ำใต้ดินโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านโคกก่อง ตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ

ประสิทธิ์ นนทะเสน มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2565

ประสิทธิภาพของพืชน้ำเศรษฐกิจในการบำบัดน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหนาแน่นแบบไม่ทิ้งของเสียออกจากฟาร์ม

สุภาวดี โกยดุลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2559

การปรับปรุงระบบน้ำอุปโภค-บริโภค(เพื่อกำจัด ความขุ่นและเหล็กที่ปนเปื้อนมาในระบบประปาชุมชน) ณ.ศูนย์การศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อลงกต ไชยอุปละ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2558

การปรับปรุงตัวดูดซับฟอสเฟตในน้ําเสียด?วยตะกอนจากระบบผลิตน้ําประปา

สุภาวดี น้อยน้ําใส มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2559

การบำบัดน้ำเสียด้วยตัวเร่งทางชีวภาพ

มาริสา จาตุพรพิพัฒน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

การลดน้ำสูญเสียในระบบจ่ายน้ำประปา

มรุพัชร จำนงค์วงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2559

วิจัยและส่งเสริมเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

สุดา อิทธิสุภรณ์รัตน์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2564

การพัฒนานวัตกรรมสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพน้ำและบำบัดสารตกค้างในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ตุลวิทย์ สถาปนจารุ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

นวัตกรรมระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำสำหรับการใช้ประโยชน์สาธารณะ: กรณีศึกษาของสระน้ำที่ปนเปื้อนน้ำทิ้งชุมชน

ชวลิต รัตนธรรมสกุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

นวัตกรรมการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนจากการนำน้ำทิ้งหลังบำบัดมารีไซเคิลด้วยกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูงโดยการกระตุ้นด้วยแสงอาทิตย์ : ดอยตุงโมเดล

จามร เชวงกิจวณิช สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564