กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยทำการศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับของถ่านไม้ไผ่ ศึกษาการเตรียมและคุณสมบัติสารประกอบโลหะออกไซด์คอมโพสิตแคลเซียมออกไซด์จากเปลือกไข่ด้วยเทคนิคทางเคมีเชิงสารละลาย อีกทั้งพัฒนาต้นแบบระบบบำบัดน้ำบาดาล ผลการวิจัยพบว่า ถ่านไม้ไผ่มีประสิทธิภาพการดูดซับโลหะในสารละลายโลหะผสมของแคดเมียม (Cd) โครเมียม (Cr) ตะกั่ว (Pb) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) เหล็ก (Fe) และแมงกานีส (Mn) ภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษา เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการดูดซับของถ่านไม้ไผ่กับถ่านไม้ไผ่ปรับสภาพด้วย KMnO4 ถ่านกัมมันต์ทางการค้า และถ่านกัมมันต์ทางการค้าปรับสภาพด้วย KMnO4 ตามลำดับ พบว่าถ่านไม้ไผ่สามาถนำไปประยุกต์ใช้เป็นวัสดุดูดซับโลหะในน้ำได้โดยไม่ต้องปรับสภาพพื้นผิวด้วย KMnO4 และต้องทำการคัดขนาดของถ่านให้มีทั้งแบบขนาดใหญ่และขนาดเล็กผสมกัน เนื่องจากถ่านไม้ไผ่ขนาดใหญ่ไม่สามารถการดูดซับ Cd และ Zn แต่ถ่านไม้ไผ่ขนาดเล็กมีประสิทธิภาพในการดูดซับโละได้ทั้ง 7 ชนิด ในการบำบัดน้ำบาดาลในทางจุลชีววิทยา ได้สังเคราะห์สารประกอบ Ca(OH)2 จากเปลือกไข่ ด้วยเทคนิคโซโนเคมิคัลและการเผาที่อุณหภูมิสูง พบว่า Ca(OH)2 ที่ได้มีลักษณะเป็นอนุภาคทรงกลมขนาดประมาณ 30 nm มีประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ชนิด Escherichia coli และ Staphylococcus aureus ได้ร้อยละ 99.0 และ 96.4 ตามลำดับ และเมื่อนำ Ca(OH)2 มาเจือในผงถ่านไม้ไผ่ พบว่าสามารถยับยั้งแบคทีเรียได้ดีขึ้นเมื่อเจือ Ca(OH)2 ในปริมาณที่มากขึ้น และมีแนวโน้มในการยับยั้งแบคทีเรีย Escherichia coli ได้ดีกว่า Staphylococcus aureus จากนั้นได้นำไปทดสอบในระบบบำบัดน้ำบาดาล โดยใช้ 1.2% Ca(OH)2/Charcoal พบว่า น้ำตัวอย่างที่ผ่านระบบบำบัดมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์น้อยมากและไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ น้ำหลังการบำบัดสามารถนำไปบริโภคได้ ซึ่งอ้างอิงตามข้อกำหนดมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) ผลการศึกษาการเพิ่มมูลค่าเศษไม้ไผ่และเปลือกไข่นำมาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุบำบัดน้ำต้นแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลที่ได้พัฒนาขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
มีการทดสอบต้นแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลที่ใช้วัสดุดูดซับที่เตรียมได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน
คณะผู้วิจัยมีองค์ความรู้ แนวคิดด้านเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้วัสดุดูดซับที่เตรียมได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากงานวิจัยเดิม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
มีการติดตั้งและทดสอบต้นแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลที่ใช้วัสดุดูดซับที่เตรียมได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง
การวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคมที่มีจากการประชุมกลุ่มย่อยกับประธานวิสาหกิจชุมชน (ว่าที่ ร.ต.ชนะ ไชยชนะ) และสมาชิกเกษตรกรในเครือข่าย ได้ข้อสรุปความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจคือต้องการใช้วัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ในเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มวิสาหกิจและชุมชน และลดขยะชุมชน นอกจากนี้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกลุ่ม วิสากิจชุมชน ต้องใช้น้ำประปาในการล้างผัก ผลไม้ วัสดุอุปกรณ์ในการกระบวนการแปรรูปเป็นจำนวนมากโดยเฉลี่ยวันละ 500 ลิตร ซึ่งหากทางกลุ่มสามารถนำน้ำบาดาลที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้แทนน้ำประปาได้ อาจเป็นอีกทางหนึ่งในการลดต้นทุนการผลิต โดยทั่วไปการบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพและนิยมใช้กันคือ กระบวนการดูดซับ (Adsorption process) ซึ่งตัวดูดซับที่ใช้ ได้แก่ ถ่านชาร์ ถ่านกัมมันต์ เรซิ่น เป็นต้น ในพื้นที่เพาะปลูกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และหมู่บ้านใกล้เคียงมีเศษไม้ เม็ดลำไย เปลือกไข่ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยเศษไม้และเม็ดลำไยนี้สามารถนำมาทำเป็นถ่านชาร์หรือถ่านกัมมันต์ และสารประกอบที่สามารถยับยั้งการเกิดเชื้อจุลินทรีย์ได้ ดังนั้นจึงกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างคณะผู้วิจัยกับประธานวิสาหกิจชุมชน และสมาชิกเกษตรกรในเครือข่ายในการลดต้นทุนการแปรรูปผลผลิตและเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยการนำเศษไม้ เม็ดลำไย เปลือกไข่ มาทำเป็นตัวดูดซับสำหรับใช้ในระบบบำบัดน้ำบาดาลให้เป็นน้ำที่มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ล้างผัก ผลไม้ และวัสดุอุปกรณ์ในการกระบวนการแปรรูป