Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

ศักยภาพและแนวทางการใช้ประโยชน์จากสาหร่าย Nostoc commune

สุนีรัตน์ เรืองสมบูรณ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาความสามารถในการกำจัดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสของไซยาโนแบคทีเรีย Nostoc commune จากน้ำเสียสามประเภทคือน้ำเสียสังเคราะห์ น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ พบว่า N. commune สามารถลดปริมาณแอมโมเนีย ไนเตรท และออโธฟอสเฟตจากน้ำเสียสังเคราะห์ได้ 48.05, 23.79 และ 62.38% ลดปริมาณแอมโมเนีย ไนเตรท และออโธฟอสเฟตจากน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมได้ 92.17, 81.39 และ 51.19 % และลดปริมาณแอมโมเนีย ไนเตรท และออโธฟอสเฟตจากน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำได้ 40.54, 78.93 and 52.39 % ตามลำดับ ในการทดลองขั้นที่สองได้ทำการศึกษาความสามารถของ N. commune ในการกำจัดแคดเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียที่เตรียมขึ้นในห้องปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมของไซยาโนแบคทีเรียชนิดนี้ในการกำจัดแคดเมียมและตะกั่ว ซึ่งพบว่าพีเอชที่เหมาะสมต่อการดูดซับแคดเมียมและตะกั่วคือ 4.5 และ 5.0 ตามลำดับ และค่าการดูดซับโลหะหนักทั้งสองชนิดเข้าสู่จุดสมดุลที่ 6 ชั่วโมง และจากการเปรียบเทียบปริมาณเซลล์ไซยาโนแบคทีเรียที่แตกต่างกัน 5 ระดับในการดูดซับโลหะหนักพบว่าปริมาณเซลล์ที่เพิ่มขึ้นทำให้โลหะหนักที่ถูกดูดซับต่อ 1 กรัมของสาหร่ายลดลง การดูดซับแคดเมียมและตะกั่วของ N. commune เป็นไปตามสมการการดูดซับของ Freundlich และ Langmuir ตามลำดับ และการดูดซับโลหะหนักทั้งสองเป็นปฏิกิริยาอันดับสอง โดยมีขั้นการแพร่ผ่านภายในเซลล์เป็นขั้นกำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยา การทดลองนี้ชี้ให้เห็นความสามารถในการกำจัดแคดเมียมและตะกั่วและลักษณะของเซลล์ไซยาโนแบคทีเรียที่มีปริมาณพอลิแซคคาไรด์ทั้งภายใน ภายนอกเซลล์ และโปรตีนสูง ชี้ให้เห็นว่า N. commune เป็นตัวดูดซับอีกชนิดหนึ่งที่เป็นทางเลือกในการนำมาใช้ในการกำจัดน้ำเสียที่มีแคดเมียมและตะกั่วปนเปื้อน

คำสำคัญ

Wastewater treatmentการบำบัดน้ำเสียPolysaccharidephycocyaninไฟโคไซยานินพอลิแซ็กคาไรด์นอสตอคคอมมูนheavy metal <BR>โลหะหนัก <BR>Nostoc commune

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศักยภาพและแนวทางการใช้ประโยชน์จากสาหร่าย Nostoc commune II : ศักยภาพในการบำบัดน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์และโลหะหนักปนเปื้อน

สุนีรัตน์ เรืองสมบูรณ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2552

การเตรียมปุ๋ยละลายช้าจากสเม็คไทต์และเถ้าลอยลิกไนต์ โดยดูดซับธาตุอาหารแอมโมเนียและฟอสเฟตในน้ำเสียจากฟาร์มสุกรและชุมชน

นายนิพนธิ์ ใจสุทธิ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2561

ศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียจากน้ำชะขยะมูลฝอย ด้วยไคโตซานร่วมกับระบบเอสบีอาร์

สุจยา ฤทธิศร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2552

การกำจัดสารอินทรีย์ธรรมชาติในระบบการผลิตน้ำประปาด้วยกระบวนการสร้างและรวมตะกอน กรณีศึกษาระบบประปาแหล่งน้ำผิวดินตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

อมรรัตน์ วงษ์กลม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การประเมินการชะล้างธาตุอาหารไนโตรเจนและฟอสฟอรัสจากแหล่งกำเนิดมลพิษแบบกระจายในลุ่มน้ำห้วยหลวง

อริตา อินทสิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2558

การกำจัดสารอินทรีย์ธรรมชาติในระบบการผลิตน้ำประปาด้วยกระบวนการสร้างและรวมตะกอน กรณีศึกษา น้ำดิบจากแม่น้ำมูลในระบบการผลิต น้ำประปาของอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี

อมรรัตน์ วงษ์กลม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2559

การนำหินดินดานมาใช้ประโยชน์เป็นตัวดูดซับ ในการกำจัดไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

จรียา ยิ้มรัตนบวร สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2554

การประยุกต์ใช้น้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลา เพื่อลดปริมาณไนเตรดสะสมในการปลูกผักไร้ดิน

ดร. นิรมล จันทรชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

การศึกษาคุณภาพปุ๋ยมูลไส้เดือนด้วยเทคนิค X-ray Fluorescence (XRF) และถ่ายทอดเทคโนโลยีการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยไส้เดือนเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น กรณีศึกษา : บ้านหนองหอย ต.เลิงใต้ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พงศธร กองแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การศึกษาศักยภาพของฟางข้าวในการกําจัดโซเดียมคลอไรด์ในน้ําเสียสังเคราะห์

ประสันต์ ชุ่มใจหาญ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2560