การวินิจฉัยโรคติดเชื้อรา Penicillium marneffei อย่างรวดเร็วโดยใช้การวินิจฉัยโดยใช้ชุดการตรวจทางภูมิคุ้มกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เชื้อราก่อโรค Penicillium marneffei เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Talaromyces marneffei เป็นเชื้อราก่อโรคชนิด ราสองรูปที่พบการก่อโรค ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส HIV และกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อ HIV เช่น โรค เอส แอล อี (SLE), ผู้ป่วยมะเร็ง, ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ, รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรค ภูมิคุ้มกันทําลายตนเองที่เรียกว่า adult onset immunodeficiency syndromes เมื่อศึกษาเปรียบเทียบ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ P. marneffei ทั้ง 2 กลุ่มที่ติดเชื้อ HIV และที่ไม่ติดเชื้อ HIV พบว่าอาการทางคลินิก, การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ การรักษามีความแตกต่างกัน ดังนั้นการวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างรวดเร็ว และ ถูกต้อง ทําให้สามารถรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อรา P. marneffei ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาครั้ง นี้ มีจุดประสงค์ ที่จะพัฒนาวิธี immunochromatographic test หรือ strip test เพื่อใช้ตรวจหาแอนติเจน ของเชื้อ P. marneffei จากปัสสาวะของผู้ป่วยโดยการใช้ โมโนโคนอล แอนติบอดี 4ดี1 ที่มีความจําเพาะ ต่อยีสต์แอนติเจนของเชื้อ P. marneffei โดยการนําโมโนโคนอล แอนติบอดี 4ดี1 ไปจับกับอนุภาค ทองคํา ที่ค่า pH 6.5 เรียกว่า ตัวสร้างสัญญาณของ Test line หลังจากนั้นทํา control line โดยใช้ antimouse IgG ที่เตรียมจากกระต่าย โดยทําบนแผ่นไนโตรเซลลูโลส จากการทํา strip test นําไปใช้ในการ ตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ P. marneffei จากปัสสาวะของผู้ป่วย พบว่าสามารถอ่านผลได้ภายใน ระยะเวลา 20 นาที มีค่าความไวเท่ากับ 3.125 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และไม่พบปฏิกิริยาข้ามกลุ่มกับ เชื้อราอื่นๆ เลย และเมื่อนําไปทดสอบกับปัสสาวะของผู้ป่วยจํานวน 66 ราย พบว่า 58 รายให้ผลบวก ส่วนกลุ่มควบคุมจํานวน 112 ราย ที่เป็นคนสุขภาพดีในแหล่งระบาดของเชื้อรา P. marneffei พบว่า ให้ผลลบทุกคน และกลุ่มควบคุมของผู้ป่วยที่ติดเชื้อราอื่นๆ และเชื้อแบคทีเรียจํานวน 20 ราย พบว่า ให้ผลลบทุกราย ดังนั้นวิธี strip test ที่พัฒนาขึ้นมานี้ มีความไวและความจําเพาะร้อยละ 87.87 และ 100 ตามลําดับ และความถูกต้องของแผ่นทดสอบร้อยละ 95.5 เมื่อนําไปคํานวณค่าทํานายผลบวกและ ผลลบให้ค่าร้อยละ 100 และ 93.33ตามลําดับ เมื่อนําไปเปรียบเทียบกับวิธี galactomannan ที่นํามาใช้ ในการวินิจฉัยโรค penicilliosis พบว่าวิธี strip test นี้มีค่าความจําเพาะที่สูงกว่าวิธี galactomannan ดังนั้นวิธี strip test นี้จึงเป็นวิธีที่สามารถนํามาใช้ตรวจหาแอนติเจนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ P. marneffei ได้ อย่างรวดเร็วและถูกต้อง