กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จากการใช้เปปไทด์สายสั้นที่มีกรดอะมิโนตั้งแต่ 8-37 ตัวที่ออกแบบใน 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ต่างๆ บนฮีแมกกลูตินินโปรตีนของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และ เป็ปไทด์ที่มีรายงานว่าเป็นอิมมูนเปปไทด์ เพื่อตรวจวัดแอนติบอดีด้วยวิธีเปปไทด์อีไลซา ในตัวอย่างซีรั่มของกลุ่มสัมผัสไวรัส กลุ่มไม่สัมผัสไวรัส และผู้ป่วยไข้หวัดนกที่หายแล้ว พบว่าสามารถตรวจวัดการจับของแอนติบอดีกับเปปไทด์ได้ แต่ในสัดส่วนที่ต่ำมาก และยังไม่มีเปปไทด์ชิ้นใดที่ใช้ในการทดลองนี้สามารถใช้ในการแบ่งแยกการได้รับเชื้อหรือไม่ได้รับเชื้อได้ แม้ว่าชิ้นเปปไทด์ซึ่งเป็นบริเวณที่ฮีแมกกลูตินินโปรตีนแยกออกเป็น 2 ส่วน จะตรวจพบแอนติบอดี เฉพาะกลุ่มสัมผัสไวรัสและกลุ่มผู้ป่วยไข้หวัดนกที่หายแล้วก็ตาม แต่อัตราการตรวจพบยังต่ำมาก บริเวณที่เป็นอิพิโทปบนฮีแมกกลูตินินโปรตีนของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก อาจมีส่วนที่เป็นเส้นตรงน้อย การกำหนดจุดที่เป็นส่วนสำคัญบนผิวเซลล์ของไวรัส ซึ่งเป็นกลัยโคโปรตีนจะมีโครงสร้างเป็น 3 มิติ มีการขดตัว ม้วนตัวของกลัยโคโปรตีนนั้น และอาจต้องปิดบังจุดสำคัญนั้นให้พ้นจากการจับของแอนติบดี เพื่อไวรัสจะสามารถเข้าสู่เซลล์ของโฮสต์ได้ ดังนั้นอาจมีความจำเป็นต้องสร้างรีคอมบิแนนท์โปรตีนหรือเปปไทด์สายสั้นที่มีการม้วนตัวเหมือนฮีแมกกลูตินินโปรตีนในธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นแอนติเจนสำหรับการตรวจวัดแอนติบอดี