หน่วยย่อยของบนฮีแมกกลูตินินของไวรัสไข้หวัดนกที่สามารถจับกับแอนติบอดีที่พบในผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ผู้สัมผัสสัตว์ปีก และผู้ป่วยไข้หวัดนกที่หายแล้ว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการใช้เปปไทด์สายสั้นที่มีกรดอะมิโนตั้งแต่ 8-37 ตัวที่ออกแบบใน 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ต่างๆ บนฮีแมกกลูตินินโปรตีนของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และ เป็ปไทด์ที่มีรายงานว่าเป็นอิมมูนเปปไทด์ เพื่อตรวจวัดแอนติบอดีด้วยวิธีเปปไทด์อีไลซา ในตัวอย่างซีรั่มของกลุ่มสัมผัสไวรัส กลุ่มไม่สัมผัสไวรัส และผู้ป่วยไข้หวัดนกที่หายแล้ว พบว่าสามารถตรวจวัดการจับของแอนติบอดีกับเปปไทด์ได้ แต่ในสัดส่วนที่ต่ำมาก และยังไม่มีเปปไทด์ชิ้นใดที่ใช้ในการทดลองนี้สามารถใช้ในการแบ่งแยกการได้รับเชื้อหรือไม่ได้รับเชื้อได้ แม้ว่าชิ้นเปปไทด์ซึ่งเป็นบริเวณที่ฮีแมกกลูตินินโปรตีนแยกออกเป็น 2 ส่วน จะตรวจพบแอนติบอดี เฉพาะกลุ่มสัมผัสไวรัสและกลุ่มผู้ป่วยไข้หวัดนกที่หายแล้วก็ตาม แต่อัตราการตรวจพบยังต่ำมาก บริเวณที่เป็นอิพิโทปบนฮีแมกกลูตินินโปรตีนของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก อาจมีส่วนที่เป็นเส้นตรงน้อย การกำหนดจุดที่เป็นส่วนสำคัญบนผิวเซลล์ของไวรัส ซึ่งเป็นกลัยโคโปรตีนจะมีโครงสร้างเป็น 3 มิติ มีการขดตัว ม้วนตัวของกลัยโคโปรตีนนั้น และอาจต้องปิดบังจุดสำคัญนั้นให้พ้นจากการจับของแอนติบดี เพื่อไวรัสจะสามารถเข้าสู่เซลล์ของโฮสต์ได้ ดังนั้นอาจมีความจำเป็นต้องสร้างรีคอมบิแนนท์โปรตีนหรือเปปไทด์สายสั้นที่มีการม้วนตัวเหมือนฮีแมกกลูตินินโปรตีนในธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นแอนติเจนสำหรับการตรวจวัดแอนติบอดี