น้ำเหลืองวิทยาโรคระบาดของเชื้อไวรัส H5N1 ในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่ที่มีการระบาดซ้ำเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เชื้อไวรัสไข้หวัดนกระบาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 มีรายงานการระบาดในสัตว์ จนถึง ปี พ.ศ.2551 และ มีรายงานผู้ป่วยที่ยืนยันมีการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก จนถึง ปี พ.ศ.2549 การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในสัตว์ปีกท้าให้ผู้เลี้ยงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อ งานวิจัยนี้ได้การศึกษาน้้าเหลืองวิทยาโรคระบาดของเชื้อไวรัส H5N1 ในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ปีก เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง จากการเก็บตัวอย่างน้้าเหลืองจาก 2 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัด พิจิตร พิษณุโลก และสุโขทัย เป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มีการระบาดซ้้า และ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มีการระบาดครั้งเดียว แล้วท้าการตรวจวัดระดับแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดนกของตัวอย่างน้้าเหลืองโดยวิธี Hemagglutination Inhibition Assay อัตราการสัมผัสเชื้อไข้หวัดนกของกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ชน ผู้เลี้ยงไก่หลังบ้าน ผู้เลี้ยงเป็ด ผู้ท้างานโรงฆ่าและช้าแหละสัตว์ปีก ในพื้นที่ที่มีการระบาดซ้้าเท่ากับร้อยละ 10.67 (42/393) สูงกว่าอัตราการสัมผัสในพื้นที่ที่มีการระบาดครั้งเดียวซึ่งเท่ากับร้อยละ 3.39 (5/132) อย่างมีนัยส้าคัญ (p<0.05) การศึกษาปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์ของแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่ตรวจพบ สามารถพบการเกิดปฏิกิริยาข้ามสายพันธ์กันได้ระดับหนึ่ง โดยเชื้อไข้หวัดนกที่แยกได้ในจังหวัดพิจิตร มีแนวโน้มเกิดปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์ได้ดีกับแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่พบในพื้นที่ใกล้เคียง แต่เกิดปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์กับแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดนกของจังหวัดเชียงใหม่น้อย ชุมชนมีการเฝ้าระวังอยู่ระดับหนึ่ง ผลจากการตรวจพบแอนติบอดีในผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ท้าให้ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาสมัครปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนต้าบล ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ได้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่มี การสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกโดยเฉพาะการให้ความรู้ ยังต้องท้าอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ที่เคยมีการระบาด เพื่อให้ชุมชนเตรียมตัวอยู่เสมอ การรับรายงานการตายผิดปกติในสัตว์ปีกมีความส้าคัญมาก ต่อการจัดการควบคุมการระบาด ความสัมพันธ์ที่ดีของชุมชนกับเจ้าหน้าที่ก็มีความส้าคัญมากด้วยเช่นกัน ชุมชนยังต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ และให้ความไว้วางใจมาก ความร่วมมือในชุมชนมีมาก แต่ในบางพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่อง งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการระบาดยังไม่พอเพียง หรือมีมากในบางส่วน มีน้อยในบางส่วน ไม่สมดุลย์ ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม