การใช้กากสบู่ดำจากขบวนการผลิตไบโอดีเซลเป็นแหล่งโปรตีนและพลังงานในอาหารสัตว์ปีกและสุกร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กากสบู่ดา (Physic nut meal; Jatropha curcas meal) ซึ่งเป็นวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรจากกระบวนการผลิตไบโอดีเซล เมื่อนาไปผ่านกระบวนการลดสารพิษด้วยวิธีต่างๆ ทั้ง ๑๐ วิธีเมื่อใช้กากสบู่ดาจากหน่วยวิจัยสบู่ดา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอีก ๖ วิธีเมื่อใช้กากสบู่ดาจากโรงผลิตไบโอดีเซล จังหวัดชลบุรี พบว่า วิธีที่สามารถลดสารฟอร์บอลเอสเทอร์ได้ตั้งแต่ ๘๒.๗% ขึ้นไป คือ การนึ่งเป็นเวลา ๔๐ นาที แล้วล้างด้วยเมทธานอลและน้า หรืออาจใช้น้าปูนใสและน้า เป็นวิธีที่น่าสนใจ และสามารถนาไปใช้ในทางปฏิบัติได้เพราะเกษตรกรมักมีถังซึ้งสาหรับนึ่งอาหารในครัวเรือนอยู่แล้ว อย่างไรก็ดีพบว่า ยังมีอีก ๓ วิธีที่สามารถลดได้มากกว่านี้คือ ๑) การต้มเป็นเวลา ๔๐ นาที นับจากน้าเดือดแล้วล้างด้วยเมทธานอลหรือน้าปูนใสและน้า (ลดได้ ๙๑.๘-๙๘.๕%) ๒) การแช่กากสบู่ดาในน้า แล้วนาไป autoclave เป็นเวลา ๒๐ นาที และล้างด้วยน้า (ลดได้ ๙๘.๔๘%) และ ๓) การแช่กากสบู่ดาใน ๙๐% เอทธานอล เป็นเวลา ๒ ชม. โดยไม่ผ่านความร้อนลดได้ ๘๖.๙% ส่วนสารยับยั้งทริปซิน การนากากสบู่ดาไปผ่านการ autoclave ทุกวิธี สามารถลดลงได้ ๘๑.๙-๙๓.๑% ยกเว้นการแช่ในสารละลาย ๙๐% เอทธานอลร่วมกับ ๐.๐๗% NaHCO๓ ที่ลดลงได้เพียง ๔๗.๔% การนาไปต้มหรือนึ่งเป็นเวลา ๔๐ นาที แล้วล้างด้วยเมทธานอลและน้า ช่วยลดลงได้เพียง ๔๗.๑-๖๔.๕% เท่านั้น สาหรับองค์ประกอบทางเคมีของกากสบู่ดาที่ผ่านการลดสารพิษทุกวิธี มีปริมาณแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสาคัญ (P>๐.๐๕) กล่าวคือ มีโปรตีน ไขมัน เยื่อใย และเถ้า เท่ากับ ๒๖-๓๒, ๕-๒๗, ๒๑-๒๗ และ ๕-๘% DM ตามลาดับ การนากากสบู่ดาชนิดไม่ผ่านและผ่านการลดสารพิษด้วยวิธีการต้มหรือนึ่ง ไปหาค่าการย่อยได้โดยวิธีกรอกปากไก่ไข่เพศผู้ที่โตเต็มที่ ปรากฏว่า กากสบู่ดาทั้ง ๓ ชนิด มีค่าการย่อยได้ของโปรตีน และอินทรียวัตถุแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสาคัญ (P>๐.๐๕) กล่าวคือ มีค่าเท่ากับ ๘๑ vs. ๘๐ และ ๗๓% และ ๗๒ vs. ๖๙ และ ๖๖% ตามลาดับ ในขณะที่การย่อยได้ของวัตถุแห้ง และไขมันในกากชนิดผ่านการลดสารพิษด้วยวิธีต้มและนึ่ง มีค่าต่ากว่าชนิดไม่ผ่านการลดสารพิษอย่างมีนัยสาคัญ (P<๐.๐๕; ๖๕ และ ๖๒ vs. ๗๒% และ ๖๑ และ ๕๘ vs. ๗๒%, ตามลาดับ) สาหรับการย่อยได้ของโภชนะในกากสบู่ดาชนิดไม่ผ่าน และผ่านการลดสารพิษด้วยวิธีการนึ่ง เมื่อนาไปแทนที่อาหารฐานแล้วคานวณด้วยวิธี Different method และ Regression method ปรากฏว่า ทั้งสองวิธีให้ค่าใกล้เคียงกัน โดยมีการย่อยได้ของโปรตีนต่า (๙.๙๖ vs. ๑๑.๐๓%) ในขณะที่การย่อยได้ของวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ ไขมัน และเยื่อใย มีค่า ๑๙.๕๐ vs. ๑๖.๗๖%, ๒๖.๕๐ vs. ๒๕.๐๘%, ๖๗.๗๗ vs. ๗๖.๐๔ และ ๒๒.๙๒ vs. ๑๖.๙๒%, ตามลาดับ ส่วนการนาไปศึกษาใน สุกรโตเต็มวัย พบว่า มีค่าการย่อยได้ของอินทรียวัตถุ โปรตีน ไขมัน และ NFE ลดลงเมื่อใช้กากสบู่ดาแบบต้มแทนที่อาหารฐาน ในขณะที่ค่าการย่อยได้ของเยื่อใยกลับดีขึ้น ในกรณีของพลังงานใช้ประโยชน์แบบแท้จริงของกากสบู่ดาชนิดไม่ผ่านและผ่านการลดสารพิษด้วยวิธีการนึ่ง เมื่อศึกษาโดยวิธีกรอกปากไก่ไข่เพศผู้ที่โตเต็มที่ มีค่าเท่ากับ ๒.๔๔ vs. ๒.๔๕ kcal/g DM ในขณะที่ค่าพลังงานใช้ประโยชน์แบบปรากฏ เมื่อใช้วิธีแทนที่อาหารแล้วทานายด้วยสมการถดถอยมีค่าเท่ากับ ๒.๒๖ vs. ๒.๓๓ kcal/g DM ตามลาดับ สาหรับผลการทดสอบในสุกรโตเต็มวัยโดยใช้กากสบู่ดาแบบต้มที่ระดับ ๕% ของสูตรอาหาร พบว่า มีค่าพลังงานย่อยได้ปรากฏและค่าพลังงานย่อยได้แท้จริง เท่ากับ ๒.๙๐ และ ๓.๑๙ kcal/g ตามลาดับ เมื่อนากากสบู่ดานึ่งไปเลี้ยงไก่เนื้อพันธุ์อาร์เบอร์เอเคอร์เพศผู้ อายุ ๗ วัน จานวน ๑,๔๐๐ ตัว โดยแบ่งออกเป็น ๕ กลุ่ม เพื่อให้ได้รับอาหารผสมกากสบู่ดาระดับ ๐, ๕, ๑๐, ๑๕ และ ๒๐% ทดลองเป็นระยะเวลา ๕ สัปดาห์ ผลปรากฏว่า สมรรถภาพการผลิต (น้าหนักตัวเพิ่ม ปริมาณอาหารที่กิน อัตราแลกน้าหนัก และอัตราการตาย) เลวลงอย่างมีนัยสาคัญ (P<๐.๐๕) ในทุกระดับของการใช้กากสบู่ดา เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม กล่าวคือ มีค่าเท่ากับ ๐.๙๑-๑.๙๙ vs. ๒.๓๑ กก., ๑.๙๘-๓.๗๗ vs. ๔.๑๖ กก., ๑.๙๐-๒.๑๙ vs. ๑.๘๐ และ ๒.๘๖-๘๕.๓๖ vs. ๓.๒๑% ตามลาดับ นอกจากนี้ยังพบอาการข้อขาบวมเกิดขึ้นกับตัวไก่ ทาให้ไม่สามารถเดินไปกินน้าและอาหารได้ สาหรับปริมาณสารฟอร์บอลเอสเทอร์ที่ตกค้างในเนื้อไก่มีจานวน ๐.๐๐๑, ๐.๐๐๔, ๐.๐๔๙ และ ๐.๐๑๘๙ มก./ก. เมื่อใช้กากสบู่ดาที่ระดับ ๕, ๑๐, ๑๕ และ ๒๐% ตามลาดับ ส่วนการนากากสบู่ดานึ่ง ไปเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์อิซาบราวน์ ช่วงอายุ 28-39 สัปดาห์ จานวน ๒๔๐ ตัว ที่ระดับ ๐, ๕, ๑๐, ๑๕ และ ๒๐% ของสูตรอาหาร ปรากฏว่า สมรรถภาพการผลิตไข่ (ผลผลิตไข่ ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และน้าหนักตัว) รวมถึงผลด้านคุณภาพไข่ (น้าหนักไข่ และความหนาเปลือกไข่) ลดลงอย่างมีนัยสาคัญ (P<๐.๐๕) ในทุกระดับของการใช้กากสบู่ดา เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม กล่าวคือ มีค่าเท่ากับ ๑๐.๐๘-๘๘.๔๙ vs. ๙๔.๒๙%, ๓๔.๒๑-๙๗.๗๑ vs. ๑๐๘.๖๙ ก., -๕๐.๔๔-๘๕.๒๙ vs. ๑๑๗.๕๙ ก. และ ๐.๓๑๕-๐.๓๒๖ vs. ๐.๓๓๑ มม. ตามลาดับ นอกจากนี้ยังพบอาการข้อขาบวมเกิดขึ้นกับตัวแม่ไก่ จึงทาให้ยืนกินอาหารไม่ได้ เป็นสาเหตุให้มีอัตราการตายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับไก่เนื้อ สาหรับปริมาณสารฟอร์บอลเอสเทอร์ที่ตรวจพบในไข่มีจานวน ๐.๐๐๔-๐.๐๓๕ มก./ก. ไข่แดง และ ๐.๐๐๐๒-๐.๐๒๓ มก./ก. ไข่ขาว ในกลุ่มที่ได้รับกากสบู่ดาทุกระดับ สาหรับผลการศึกษาการใช้กากสบู่ดาเป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสุกร ขณะนี้อยู่ในช่วงระยะสุกรขุน งานยังไม่สิ้นสุด