การผลิต 1,3-โพรเพนไดออลจากการรวมกระบวนการชีวภาพโดยเซลล์ตรึงของแบคทีเรียที่แยกได้จากน้ำทิ้งโรงงานแหนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มโดยไลเปสจากรำข้าว 2) ศึกษาการผลิต 1,3-โพรเพนไดออลจากกลีเซอรอลดิบโดยใช้เซลล์ตรึงของแบคทีเรียที่แยกได้จากน้ำทิ้งโรงงานแหนม และ 3) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิต 1,3-โพรเพนไดออลจากการรวมกระบวนการชีวภาพของการผลิตไบโอดีเซลโดยไลเปสและการหมักกลีเซอรอลดิบโดยเซลล์ตรึง โดยศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากทรานส์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันปาล์มซึ่งเร่งด้วยไลเปสจากรำข้าวจ้าว ศึกษาการตรึงเซลล์แบคทีเรียที่แยกได้จากน้ำทิ้งโรงงานแหนม และศึกษาการสังเคราะห์ 1,3-โพรเพนไดออลโดยการรวมกระบวนการชีวภาพ เนื่องจากรำข้าวจ้าวมีไขมันบางส่วนที่เกาะติดอยู่ จึงจำเป็นต้องล้างรำข้าวจ้าวด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ก่อนนำไปใช้งาน จากการศึกษาพบว่าการใช้เฮกเซนสกัดไขมันออกจากรำข้าวจ้าว จะทำให้รำข้าวจ้าวที่สกัดไขมันแล้วยังคงมีกิจกรรมของไลเปสเหลืออยู่ร้อยละ 92.6 ผลจากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของเอนไซม์ไลเปสจากรำข้าวจ้าวแสดงให้เห็นว่าอัตราส่วนโดยโมลระหว่างเมทานอลต่อน้ำมันปาล์มที่ 6:1 ในระบบที่มีการเติมคลอโรฟอร์มเป็นตัวทำละลายอินทรีย์ อุณหภูมิของการทำปฏิกิริยาที่ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 36 ชั่วโมง จะให้ปริมาณของไบโอดีเซลสูงสุดเท่ากับร้อยละ 68.53?3.42 และปริมาณกลีเซอรอลดิบร้อยละ 6.58 ผลการศึกษาการตรึงเซลล์แบคทีเรียที่แยกได้จากน้ำทิ้งโรงงานแหนม พบว่าก่อนนำเซลล์แบคทีเรียที่แยกได้ไปตรึงด้วยแคลเซียมอัลจิเนต ต้องเลี้ยงแบคทีเรียในอาหารเหลวที่ประกอบด้วยเพปโทน (10 กรัมต่อลิตร) สารสกัดจากยีสต์ (10 กรัมต่อลิตร) สารสกัดจากเนื้อ (5 กรัมต่อลิตร) แอมโมเนียมซัลเฟต (5 กรัมต่อลิตร) และกลีเซอรอลบริสุทธิ์ (2 กรัมต่อลิตร) ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 ชั่วโมง ในการตรึงเซลล์ด้วยแคลเซียมอัลจิเนต พบว่าการใช้โซเดียมอัลจิเนตเข้มข้นร้อยละ 3 และแคลเซียมคลอไรด์เข้มข้นร้อยละ 2 จะทำให้ได้ลักษณะของเม็ดเจลเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ในการหมัก 1,3-โพรเพน-ไดออล ผลการเปรียบเทียบการใช้เซลล์ตรึง และเซลล์อิสระในการหมัก 1,3-โพรเพนไดออลจากกลีเซอรอลดิบที่ได้จากทรานส์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันปาล์มซึ่งเร่งด้วยไลเปสจากรำข้าวจ้าว พบว่าปริมาณ 1,3-โพรเพนไดออลที่ได้จากการหมักโดยใช้เซลล์ตรึงจะมากกว่าการใช้เซลล์อิสระอยู่ 4 เท่า ผลการศึกษาการสังเคราะห์ 1,3-โพรเพนไดออลโดยการรวมกระบวนการชีวภาพ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการหมัก 1,3-โพรเพนไดออลจากกลีเซอรอลดิบมากที่สุด คือ เวลาที่ใช้ในการหมัก รองลงมาคือ อุณหภูมิของการหมัก ปริมาณกลีเซอรอลดิบ ค่าพีเอชเริ่มต้นและปริมาณน้ำเลี้ยงกล้าเชื้อที่ใช้สำหรับการตรึงเซลล์ ตามลำดับ โดยการหมักในสภาวะที่เหมาะสมคือ ปริมาตรน้ำเลี้ยงกล้าเชื้อในการตรึงเซลล์ 100 มิลลิลิตร อุณหภูมิของการหมักที่ 20 องศาเซลเซียส และเวลาในการหมัก 7 วัน ปริมาณกลีเซอรอลดิบ 90 กรัมต่อลิตร ค่าพีเอชเริ่มต้นในการหมัก 7.6 จะให้ปริมาณ 1,3-โพรเพนไดออล กรดอะซีติก และเอทานอล เท่ากับ 45.00?1.35 กรัมต่อลิตร 6 กรัมต่อลิตร และ 4 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ