การผลิตไอโซฟลาโวน (ไดซีนและเจนีสทีน) จากถั่วชีวภาพ ระยะที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสกัดและการผลิตไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง หมักหรือถั่วชีวภาพและศึกษาความคงตัวของไอโซฟลาโวนที่ได้จากการสกัด ได้ศึกษาตัวทำละลายใน การสกัดไอโซฟลาโวนจากถั่วชีวภาพ 5 ชนิด คือ น้ำ เอทานอล เมทานอล อะซิโตน และอะซิโตไนไตรล์ พบว่า สารสกัดที่ได้จากการสกัดด้วยอะซิโตนมีปริมาณไอโซฟลาโวนชนิด Glucosides (daidzin, genistin และ glycitin) และ Aglycones (daidzein, genistein และ glycitein) มากที่สุดอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ เท่ากับ 0.56 และ 18.46 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักสดของถั่วชีวภาพ ตามลำดับ รองลงมาได้แก่ อะซิโตไนไตรล์ เมทานอล เอทานอล และน้ำ แต่การศึกษาครั้งนี้เลือกใช้ เอทานอลในการสกัดในการศึกษาขั้นตอนต่อไป เนื่องจากเอทานอลมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ในการศึกษาพบว่าสารสกัดที่ได้มีกลิ่นแอมโมเนียค่อนข้างแรง เนื่องจากการย่อยโปรตีนใน เมล็ดถั่วเหลืองของเชื้อ Bacillus spp. ในกระบวนการหมัก จึงทำการศึกษาปริมาณไอโซฟลาโวน ชนิด Glucosides ในจมูกถั่วเหลือง เนื้อถั่วเหลืองและเปลือกถั่วเหลืองของถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 1 (ถั่วดิบ) พบว่า จมูกถั่วเหลืองมีปริมาณไอโซฟลาโวนมากกว่าเนื้อและเปลือกถั่วเหลืองอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณไอโซฟลาโวนในจมูกถั่วเหลือง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เชียงใหม่ 1 เชียงใหม่ 60 และตาแดง พบว่า จมูกถั่วเหลืองพันธุ์ตาแดงมีปริมาณไอโซฟลาโวนชนิด Glucosides มากที่สุด คือ 1,082.93 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม จึงเลือกใช้จมูกถั่วเหลืองพันธุ์ตาแดงเป็น วัตถุดิบในการผลิตไอโซฟลาโวน เมื่อทำวิเคราะห์ปริมาณไอโซฟลาโวนชนิด Aglycones ในสารสกัดหยาบจากการสกัดจมูก ถั่วเหลืองหมักด้วยเอทานอล พบว่า สามารถสกัดไอโซฟลาโวนออกจากจมูกถั่วเหลืองหมักได้ 170.34 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักสดของจมูกถั่วเหลืองหมัก คิดเป็นร้อยละ 72.93 ของปริมาณ ไอโซฟลาโวนชนิด Aglycones ที่มีอยู่ในจมูกถั่วเหลืองหมัก (233.58 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนัก สด) เมื่อทำการแยกเอทานอลออกจากสารสกัดหยาบด้วยวิธีการระเหยภายใต้สุญญากาศที่ความดัน 175 มิลลิบาร์ อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส และนำสารสกัดไอโซฟลาโวนมาศึกษาวิธีการทำแห้งที่ เหมาะสมเพื่อผลิตไอโซฟลาโวนแบบผง 3 วิธี คือ การอบแห้งด้วยลมร้อน การทำแห้งแบบพ่นฝอย และ การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง พบว่า วิธีการทำแห้งที่เหมาะสมคือ การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง โดยมีร้อยละของผลผลิตเท่ากับ 5.55 และมีปริมาณไอโซฟลาโวนชนิด Aglycones โดยรวมเท่ากับ 3,414.80 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้งของไอโซฟลาโวนแบบผงซึ่งประกอบ ด้วย daidzein genistein และ glycitein เท่ากับ 2,371.32, 486.96 และ 556.52 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ การศึกษาความคงตัวของไอโซฟลาโวนแบบผงโดยการเก็บในสภาวะเร่งที่อุณหภูมิ 5, 15, 25, 35 และ 45 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่า สามารถเก็บไอโซฟลาโวนแบบผงนานที่สุดเป็น เวลา 20 เดือนกับ 15 วัน ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส