ระดับไอโซฟลาโวนในน้ำนมโค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่เข้าสู่วัยทองเป็นจำนวนมาก โดยในผู้หญิ งที่เข้าสู่วัยทองนั้นควรต้องได้รับเอสโตรเจนเสริมเพื่อป้องกันปั ญหาสุ ขภาพต่างๆที่จะตามมา เช่นปัญหากระดูกบางขาดแคลเซี่ยม ซึ่งการได้รั บเอสโตรเจนสังเคราะห์ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เช่นกันปัจจุบันผู้บริโภคจึงหันมาบริโภคอาหารที่ส่งเสริมการผลิตหรือเพิ่มปริมาณของเอสโตรเจนในร่างกายที่ได้ มาจากธรรมชาติ ไอโซฟลาโวนเป็นสารจากธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุ้นการเพิ่มเอสโตรเจนในร่างกาย ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มระดับของไอโซฟลาโวนในน้ำนมโค ซึ่งเป็ นแหล่ งอุดมของแคลเซี่ยม แบ่ งโคนมออกเป็ น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ตัว ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ได้รั บอาหารข้นโปรตี น 21% กลุ่มที่ 2 ได้รั บอาหารข้น+ 20% กากถั่วเหลือง กลุ่มที่ 3 ได้รั บอาหารข้น+20% กากถั่วเหลืองไหลผ่านโดยใช้ฟอร์ มาลิน กลุ่มที่ 4 ได้รั บอาหารข้น+20%กากถั่วเหลื องไหลผ่ านโดยใช้ความร้ อน จากการทดลองพบว่า ในโคกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และโคกลุ่มที่ 4 มี ระดับไอโซฟลาโวนในน้ำนม เพิ่มมากขึ้นกว่ากลุ่มที่ 1 อย่างเห็นได้ชัดเจน ผลการทดลองยังพบว่าการเสริมกากถั่วเหลือง ไม่มีผลทำให้ระดับของยูเรียในเลือด ค่าความเป็นกรดด่างและอุณหภูมิ ในกระเพราะหมักเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใดผลการศึกษาที่ได้แสดงให้เห็นว่าการเสริมกากถั่วเหลืองในอาหารสัตว์มี ผลในการเพิ่มระดับของไอโซฟลาโวนในน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสุ ขภาพของผู้หญิงวัยทองที่แพ้ถั่วเหลืองและยังได้รั บแคลเซี ยมและสารอาหารที มีอยู่อย่างสมบูรณ์ในน้ำนมโค