ศักยภาพและการบริหารจัดการกลุ่มผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุนการผลิตของกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง ศักยภาพและการบริหารจัดการกลุ่มผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุนการผลิตของกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางปี 2564 ดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยด้านการผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบในท้องถิ่น และเพื่อศึกษาแนวทางการบริการจัดการกลุ่มผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตให้กับสมาชิก เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community Based Research-CBR) โดยมุ่งเน้นการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ สำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม พื้นที่วิจัยประกอบด้วยบ้านทุ่งฮ้าง หมู่ที่ 1 และบ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ผลการวิจัยนำเสนอไว้ 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 : การทบทวนสถานการณ์การเลี้ยงสุกรในพื้นที่และผลกระทบที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเพื่อวิเคราะห์องค์ความรู้และประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มสมาชิกทั้ง 2 ชุมชน คือ บ้านทุ่งฮ้างหมู่ที่ 1 และ บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 7 พบว่า กลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งฮ้าง ม.1 มีรูปแบบการเลี้ยงแบบขังคอกเฉลี่ย 3-25 ตัว เน้นการเลี้ยงสุกรพันธุ์สีขาว ส่วนบ้านใหม่สามัคคี (ลาหู่) ม. 7 นิยมเลี้ยงสุกรพันธุ์พื้นเมือง (หมูดำ) เมื่อสำรวจรูปแบบและวิธีการเลี้ยงพบว่าเกษตรกรใช้องค์ความรู้ในการเลี้ยงแบบสืบทอดกันมา (เลี้ยงแบบชาวบ้าน) มีการเลี้ยงหลายรูปแบบ แบ่งเป็น 3 ลักษณะดังนี้ 1) แบบซื้อลูกสุกรมาเลี้ยงเป็นสุกรขุนเพื่อจำหน่าย 2) เลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกรจำหน่าย 3) เลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตสุกรขุนขายเอง ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น พบว่ามี 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) องค์ความรู้ในการจัดการฟาร์มที่ดี 2) พันธุ์ที่ใช้ในการเลี้ยง และ 3) อาหารที่มีคุณภาพ ปัจจัยแวดล้อมอื่นก็ส่งผลต่อการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่เชื่อมโยงกันด้วยเช่นกัน เช่น ระยะเวลาในการเลี้ยง กระบวนการเลี้ยง (การจัดการฟาร์มที่เหมาะสม) และช่องทางการจำหน่าย/ตลาด จากการวิเคราะห์วิธีการเลี้ยงพบว่า ในกลุ่มของเกษตรกรบ้านใหม่สามัคคี ม.7 มีการเลี้ยงสุกรแบบดั่งเดิมสืบทอดกันมาโดยใช้พันธุ์สุกรสีดำที่แบ่งสายพันธุ์สืบต่อกันมา อาหารส่วนใหญ่ที่ใช้ยังคงใช้อาหารที่มีในท้องถิ่น เช่น ปลายข้าวต้ม แกลบ รำ หยวกกล้วยสับ เศษอาหารที่เหลือในครัวเรือน มีการใช้อาหารสำเร็จรูปบ้างบางราย ระยะเวลาในการเลี้ยงบางรายใช้เวลานานเฉลี่ยมากกว่า 10 เดือนขึ้นไป เนื่องจากส่วนใหญ่เลี้ยงเพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมสำคัญ และแบ่งขายลูกสุกรกันในชุมชน ราคาจำหน่ายไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายส่วนบ้านทุ่งฮ้าง ม.1 พบว่ามีทั้งการเลี้ยงแบบมีการจัดการที่ดีผสมกับการเลี้ยงในแบบดั่งเดิม เน้นการเลี้ยงโดยใช้อาหารสำเร็จรูปและมีการเสริมผักและผลไม้ตามฤดูกาลบ้างในบางครั้ง ราคาซื้อ-ขายมีราคากลางที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความจำเป็นในการซื้อขายเช่นกัน สถานการณ์ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) ส่งผลเกิดความเสียหายต่อผู้เลี้ยงสุกรพื้นเมืองบ้านใหม่สามัคคี รวมมูลค่าความสูญเสียคิดเป็นจำนวนเงิน 536,900 บาท ส่วนที่ 2 : ผลในเชิงกระบวนการ 1) กระบวนการวางแผนการทำงาน โดยวางแผนการเรียนรู้ของทีมวิจัยไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการเขียน session plan : เป็นการเขียนแผนกิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เป็นตัวตั้งในการลงพื้นที่ในแต่ละครั้ง ขั้นตอนการสื่อสารกับทีมวิจัยวิชาการ : โดยใช้ session plan เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการประชุมออนไลน์ และ ออนไซด์ มีหน้าที่ในการกำหนดแผน และเป้าหมายของกิจกรรมไว้ล่วงหน้า ขั้นตอนการจัดกิจกรรมในพื้นที่ : ดำเนินการแผนที่กำหนดไว้เน้นการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 2) กระบวนการทำงานร่วมกับทีมวิจัยชุมชน หลังจากสร้างความเข้าใจให้กับทีมงานวิจัยหลักแล้ว การวางลำดับขั้นของการสร้างการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรค่อนข้างมีความสำคัญเนื่องจากชุมชนมีภารกิจในชีวิตประจำวันต่อเนื่องการวางเนื้อหาการเรียนรู้จึงต้องมีความสัมพันธ์และต่อเนื่อง ได้ 12 ขั้นตอน ส่วนที่ 3 : ผลในเชิงความรู้ แบ่งได้ 2 ประเด็น คือ 1) ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน จากผลของการเรียนรู้เกตรกรสามารถนำไปพิจารณาการปรับแนวคิดและแนวทางปฏิบัติของเกษตรกรทั้ง 2 พื้นที่ได้ คือ การพิจารณาปรับเรื่องสายพันธุ์ทั้งสุกรขาวและสุกรพื้นเมือง (หมูดำ) ที่มีประสิทธิภาพทั้งการผลิตลูกดก ปริมาณเนื้อแดงมาก ลักษณะที่ตรงตามพันธุ์ที่ต้องการใช้ประโยชน์ (สีดำล้วน) ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ก็จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีช่องทางในการสร้างอาชีพใหม่ การพิจารณาเรื่องการจัดการที่ดี ตั้งแต่การจัดการสุกรแม่พันธุ์ การเช็คการเป็นสัด การผสมพันธุ์ การคลอดและการจัดการสุกรหลังคลอด การทำหมัน เหล่านี้จะเป็นการช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ทำให้เกษตรกรได้รับความคุ้มค่าเพิ่มมากขึ้นจากจำนวนสุกรที่รอดชีวิต การพิจารณาเรื่องการผลิตอาหารเพื่อลดต้นทุน เกษตรกรสามารถผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงสุกรได้เอง ตามการคำนวณของสูตรในการเลี้ยงสุกรแต่ละช่วงอายุ และสามารถเป็นช่องทางสำหรับการผลิตอาหารใช้เองจากแหล่งวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นตามฤดูกาล การพิจารณาเรื่องการขอรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management - GFM) แก่เกษตรกรบ้านทุ่งฮ้าง ม.1 ต.ทุ่งผึ้ง เพื่อยกระดับและผลักดันให้ฟาร์มปศุสัตว์ขนาดกลางและรายย่อยให้มีระบบป้องกันโรคและการจัดการที่ดี 2) ความรู้ที่ได้จากการทดลองปฏิบัติการ จำแนกได้ 2 เรื่อง คือ 1. องค์ความรู้ในเรื่องของการปรับใช้สูตรอาหารลดต้นทุนที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุนการใช้อาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรบ้านทุ่งฮ้าง 2. แนวทางการลดต้นทุนการผลิตโดยใช้หัวอาหารที่ผสมกับวัตถุดิบในท้องถิ่น