การประเมินค่าทางพันธุกรรมและการศึกษาระดับโมเลกุลต่อการพัฒนาสายพันธุ์โดยการคัดเลือกปลานิลให้มีการเจริญเติบโตดีในสภาพการเลี้ยงในฟาร์มเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพาะเลี้ยงปลานิลมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าการเพาะเลี้ยงมีมาเป็นระยะเวลานาน แต่ในประเทศไทยยังมีการพัฒนาสายพันธุ์เพียงเล็กน้อย ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการประมาณค่า อัตราพันธุกรรมของน้ำหนักปลานิลที่อายุ 2 และ 3 เดือนหลังจากฟัก โดยการประมาณค่าจากประชากรปลานิลเริ่มต้น 139 ครอบครัว องค์ประกอบความแปรปรวนถูกประมาณค่าด้วยวิธี restricted maximum likelihood (REML) โดยใช้ average information (AI) algorithm ร่วมกับแบบจำลองสัตว์ (animal model) พบว่าค่าอัตราพันธุกรรมของน้ำหนักปลานิลมีความแตกต่างไปตามช่วงอายุ โดยที่อายุ 2 เดือน อัตราพันธุกรรมของน้ำหนักตัวมีค่าเท่ากับ 0.014 ? 0.189 ที่อายุ 3 เดือน อัตราพันธุกรรมของน้ำหนักตัวมีค่า 0.197 ? 0.136 ซึ่งเป็นค่าปานกลางและมากกว่าที่อายุ 2 เดือน ที่อายุ 7 เดือน อัตราพันธุกรรมของน้ำหนักตัวมีค่า 0.477 ? 0.230 ซึ่งเป็นค่าค่อนข้างสูงและมากกว่าที่อายุ 2 และ 3 เดือน โดยเป็นแนวโน้มเช่นเดียวกับงานวิจัยที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการคัดเลือกให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้ ในขณะที่อัตราพันธุกรรมของความยาวตัวและความกว้างลำตัวที่อายุ 7 เดือน มีค่า 0.0000?0.0000 และ 0.0116?0.0184 ตามลำดับ ซึ่งมีค่าค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน และมีค่าสหสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวต่ำด้วยเช่นกัน การศึกษาอิทธิพลร่วมระหว่างพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ค่าสหสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (genotypic correlation) ของน้ำหนักปลาที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารต่างชนิดอยู่ที่ 0.91 แสดงให้เห็นว่าไม่มีอิทธิพลร่วมระหว่างพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม สำหรับการศึกษาระดับโมเลกุลที่มีรายงานความเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตในปลา ได้แก่ คุณภาพของเลือด (haematocrit, red blood cell count, differential white blood cell count, lysozyme) ค่ากิจกรรมของเอนไซม์ทริปซินและไคโมทริปซิน ในตัวปลา (in vivo assay) คุณภาพของกล้ามเนื้อ โดยตรวจวัดค่า protein turn over (RNA /protein) การแสดงออกของยีน GHR และ IGF-I ในตับและกล้ามเนื้อ และการแสดงออกของยีน SOD และ CAT ในตับ ผลการวิจัยพบว่า ค่าโมเลกุลที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ได้แก่ (1) เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil ของกลุ่มปลาขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารทีมีและไม่มีปลาป่น มีค่าต่ำกว่ากลุ่มอื่น (2) สัดส่วนเซลล์เลือดขาวชนิด monocyte ของกลุ่มปลาขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีและไม่มีปลาป่น มีค่าสูงกว่ากลุ่มอื่น และ (3) สัดส่วนเอนไซม์ ทริปซินและไคโมทริปซิน (T/C ratio) มีแนวโน้มแปรผันตามขนาดน้ำหนักเนื้อ เมื่อเปรียบเทียบค่าการเจริญเติบโต กับน้ำหนักชิ้นเนื้อ (fillet) คุณค่าการผสมพันธุ์ต่าง ๆ (EBV) และ T/C ratio พบว่า น้ำหนักชิ้นเนื้อมีความสัมพันธ์กับ T/C ratio และคุณค่าการผสมพันธุ์ (EBV) โดยสรุปได้ว่า (1) ค่า condition factor และ T/C ratio มีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน และ (2) คาดว่าสามารถใช้ค่า condition factor ค่า T/C ratio และ คุณค่าการผสมพันธุ์ของน้ำหนักตัว (EBV_WT) ร่วมกันในการคัดเลือกปลานิลได้ ?