วิเคราะห์ความแปรปรวนทางพันธุกรรมโดยเครื่องหมายดีเอ็นเอไมโครแซทเทลไลท์ในกระบวนการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ปลานิลทนเค็ม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วิเคราะห์ความแปรปรวนทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ปลานิลทนเค็มของประชาการพื้นฐาน ประชากรในรุ่นพ่อแม่ (P0) ปลานิลกลุ่มคัดเลือกรุ่นที่ 1-3 (F1 – F3) และปลานิลกลุ่มควบคุมรุ่นที่ 1-3 (C1 – C3) โดยใช้เครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์ จำนวน 7 ตำแหน่ง พบว่าข้อมูลความหลากหลายทางพันธุกรรม ได้แก่ Apparent alleles (Aa), Effective number of alleles (Ae), Observed heterozygosities (Ho) และ Expected heterozygosities (He) มีค่าเฉลี่ยต่อตำแหน่งอยู่ระหว่าง 5.29 – 6.71, 3.16 – 4.30, 0.63 – 0.88 และ 0.67 – 0.77 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาความแตกต่างของค่าความหลากหลายทางพันธุกรรมพบว่าค่า Aa, Ae และ He มีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) ยกเว้นค่า Ho ที่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ซึ่งมีประชากรปลานิลรุ่นพ่อแม่ (P0) มีค่าต่ำที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ประชากรปลานิลรุ่นพ่อแม่ (P0) ยังมีค่า Aa, Ae และ He ต่ำกว่าประชากรรุ่นอื่นๆ ทั้งนี้คาดว่าเกิดจากการสุ่มตัวอย่างที่ไม่ครอบคลุมในประชากรปลานิลรุ่นพ่อแม่ (P0) ทำให้ค่าความหลากหลายคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ส่วนค่า effective population size (Ne) ที่ประเมินได้ในทุกประชากร มีค่าตั้งแต่ 88.4 – infinity จากการศึกษานี้บ่งบอกได้ว่าความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลานิลในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ปลานิลทนเค็มยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพรวม และประชากรปลานิลที่ปรับปรุงพันธุ์ได้ในรุ่นที่ 3 (F3) ยังคงมีประสิทธิภาพในการเป็นพ่อแม่พันธุ์ในระยะยาว