การเพาะขยายพันธุ์ปลานิลเพศผู้ YY ด้วยเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเพาะขยายพันธุ์ปลานิลเพศผู้ YY โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล ดีเอ็นเอ พ่อแม่พันธุ์ปลานิล (F0) จานวน 10 ครอบครัว ถูกคัดเลือกเพื่อเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ ไข่ที่ปฏิสนธิ ถูกเหนี่ยวนาด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นระยะเวลา 21 วัน ลูกปลานิลรุ่น F1 ถูกตรวจนับจานวนและ สังเกตอวัยวะเพศ ปลาพ่อแม่พันธุ์ (n=150) และลูกปลานิลรุ่น F1 (n=300) ถูกวิเคราะห์จีโนไทป์ด้วย เครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ จานวน 4 เครื่องหมาย ประกอบด้วย AMH1, TPM04, TPM05 และ Oni3161 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอกับลักษณะเพศของปลานิล พบว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถเหนี่ยวนา ทาให้ลูกปลาเป็นเพศเมียเพิ่มสูงขึ้น (จานวนลูกเพศเมียต่อเพศผู้ มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 75.77 ต่อ 24.23 เปอร์เซ็นต์) เครื่องหมายโมเลกุล AMH1 มีความสัมพันธ์กับเพศของ ปลานิลในรุ่น F0 (P=0.0187) และรุ่น F1 (P=0.0245) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ เครื่องหมายโมเลกุล AMH1, TPM04, TPM05 และ ONI3161 สามารถทานายเพศปลานิลพ่อแม่พันธุ์ในรุ่น F0 ได้ถูกต้อง เท่ากับ 46.2, 31.4, 29.7 และ 29.1 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ และสามารถทานายเพศลูกปลานิลในรุ่น F1 ได้ถูกต้องเท่ากับ 42.4, 35.7, 27.5 และ 28.3 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ ในขณะที่การใช้เครื่องหมายโมเลกุล ดีเอ็นเอดังกล่าวแบบร่วมกัน จานวน 4 เครื่องหมาย สามารถทานายเพศของปลานิลรุ่น F0 และลูกปลา รุ่น F1 ได้ถูกต้องแม่นยาเท่ากับ 72.4 และ 77.2 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ จากผลการศึกษาดังกล่าวแสดง ให้เห็นว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถเหนี่ยวนาในการเปลี่ยนสัดส่วนเพศของลูกปลานิลได้ นอกจากนี้ การใช้เครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ AMH1, TPM04, TPM05 และ ONI3161 ร่วมกัน สามารถใช้ทานาย ลักษณะเพศของปลานิลได้ถูกต้องประมาณ 72-77 เปอร์เซ็นต์