ผลกระทบของการตอน ต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพซากของแพะซาเนนเพศผู้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการเจริญติบโต ต้นทุนการเลี้ยง สักษณะชาก และคุณภาพชากของแพะชาเนนเพศผู้ไม่ตอน ตอนเมื่ออายุ 7 วัน และตอนเมื่ออายุ 150 วัน ร่มกับการให้หญ้าเนเปียร์สตทั้นสับให้กินเต็มที่เสริมด้วยอาหารขัน 16 เปอร์เซ็นต์โปรตีนในอัตรา 1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว (conventio ional feeding) การให้อาหาร feeding และการให้อาหาร ครบส่วนที่ใช้หญ้าเนเปียร์หมักเป็นส่วนประกอบหลัก (FTMR feeding) โดยใช้ลูก แพะชาเนนเพศผู้อายุ 37 วัน จำนวน 36 ตัว จัตแพะทตลองโตยสุ่มเพื่อศึกษาตามการจัตการ Factorial Avrangement in Completely Randomized Design ม 9 วิธีกรทลองๆ ละ 4 ซ้ำ เลี้ยงแพะทตลอง รทตลองแบบ 30 ไปจนถึงอายุ 270 วัน เพื่อศึกษาการเจริญเติบโต และต้นทุนการเลี้ยง แล้วฆ่าชำแหละเพื่อศึกษาลักษณะชาก และ คุณภาพชาก นำข้อมูลที่ใต้มาวิเคราะห์ความแปรปร รวน และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของแต่ละวิธีการทตลองโตยวิธีซอง Duncans New Muttple Fange Test พบว่า แพะที่ไม่ตอน แพะที่ตอนมื่ออายุ 7 วัน และแพะที่ตอนมื่ออายุ 150 วัน มีน้ำหนักเมื่อสิ้นสุตการทตลองแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ โตยมีน้ำหนักเฉลี่ย 29. 24+2.89, 25.29:257 และ 25. 13:2.69 กิโลกรัม ตามลำดับ แต่การให้อาหารแบบ balance raticn feedng ทำให้แพะมีน้ำหนักตัวเมื่อสิ้นสุด การทตลองเท่ากับ 27.78t0.46 กิโลกรัม สูงกว่า conventicnal feeding และ FTMR feding ที่มีน้ำหนักตัวเพียง 23 25+0.76 และ 23.63t1 84 กิโลกรัม อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แพะที่ตอนเมื่ออายุ 7 และ 150 วัน มีอัตราการ เจริญติบโตต่อวันตลอตระยะการทตลองแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ โตยมีการเจริญเติบโตเท่ากับ 78.18+9.01 และ 77.83+12.38 กรัมต่อวัน สูงกว่าแพะที่ไม่ตอนซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวัน 7620+1292 กรัมต่อวัน อย่างมี นัยสำตัญ (P<0.05) และการให้อาหารแบบ balance ration feeding มีอัตราการเจริญดิบโตตลอดการทตลองเท่ากับ 90.58*14.32 กรัมต่อวัน สูงกว่ากว่า conventional feeding และ FTMR feeding ที่มีอัตราการเจริญเติบโต 7051 1247 และ 71.16:1341 กรัมต่อวัน ตมลำตับ อย่ามีนัยสำคัญ (P<0.05) และพบว่าการตอนร่วมกับการให้ อาหารแบบ balance ration feeding จะมีอิทธิพสร่วมกันทำให้แพะมีการเจริญติบโตสูงที่สุด (P<0.05) ปริมาณ รูuบu balance ration อาหารที่กินได้เมื่อคิดเป็นวัตถุแห้งเทียบกับน้ำหนักตัวเฉลี่ยดลอดระยะกา ารทตลองพบว่า แพะที่ไม่ตอน ตอนที่อายุ 7 วัน และตอนที่อายุ 150 วัน กินอาหารได้แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่การให้อาหารแบบ conventional feeding ทำให้แพะกินอาหารได้เมื่อคิดเทียบกับน้ำหนักตัวมากกว่าการให้อาหารแบu balance rat ation แล: FTMR feeding (2 88-032 เทียบกับ 278#021 และ 273+017 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว) อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แพะที่ตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน จะมีต้นทุนค่าอาหารตลอตระยะการทตลอง 4,544.80t121 24 บาท สูงกว่าแพะที่ไม่ตอน และตอนที่ 150 วัน ที่มีต้นทุนค่าอาหาร 4,058.52+ 116. 79 และ 4,286.70+101.56 บาท ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แพะที่ไม่ตอนซึ่งเลี้ยงด้วยวิธี conventicnal feeding จึงมีผลตอบแทนมื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นเทียบกับ ต้นทุนค่าอาหารสูงที่สุด (123.59 เปอร์เซ็นด์ ของต้นทุนค่าอาหาร) ส่วนการตอนที่ให้อาหารแบu belance ration และ FTMR feeding จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าเงินลงทุนค่าอาหาร แพะที่ตอนเมื่ออายุ 7 และ 150 วัน มีเปอร์เซ็นต์ซากอุ่นเท่ากับ 47.63:381 และ 47.64+4.79 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่สูงกว่าแพะที่ไม่ตอนซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ซากอุ่นเท่ากับ 44.49+5.54 เปอร์เนต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P<005) และแพะที่ได้รับอาหารแบบ balance ration feeding มีเปอร์เซ็นต์ซากอุ่น เท่ากับ 50.59:3.17 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าการให้อาหารแบบ conventiona และ FTMR feeding ที่มีเปอร์เซ็นต์ซากอุ่น 44.97:3.11 และ 45 12:5.51 เปอร์เซ็นต์ ตามลำตับ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) การสูญเสียน้ำในระหว่างการเก็บ รักษาขาก พบว่าการไม่ตอน การตอนเมื่ออายุ 7 และ 150 วัน ทำให้เนื้อแพะมีการสุญเสียน้ำแตกต่างกันอย่างไม่มี นัยสำคัญ โตยมีค่าเท่ากับ 281:0.58, 285+0.44 และ 2.59-059 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สำหรับวิธีการให้อาหาร แบบ balance ration และ FTMR feeding จะทำให้เนื้อแพะมีคำการสูญเสียน้ำเท่ากับ 3 18053 และ 289007 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่สูงกว่าเนื้อแพะที่ได้จากการให้อาหารแUu conventional feeding ที่มี ต่าเท่ากับ 219:024 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แพะที่ตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน มีการสะสมไขมันในช่องท้องสูงกว่าการตอนที่อายุ 150 วัน และ แพะที่ตอนเมื่ออายุ 150 วัน มีการสะสมไขมันในช่องท้องสูงกว่าแพะที่ไม่ตอน อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โตยมีขมันในช่องท้องเเลี่ยเท่ากับ 4.15+0.09, 346+0.03 และ 1.97+0.06 เปอร์เซ็นต์ ตามลำตับ ยังพบว่าการตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน มีอิทธิพสร่วมกับการให้อาหารแU balance ration และ FTMR feeding ทำให้แพะมีการสะสมไขมันในช่องท้องมากขึ้น (P<0.05) ความยาวและความกว้างของซากแพะ ที่ได้จากการ ทตลองครั้งนี้ พบว่าการตอน ไม่ตอน และวิธีการให้อาหารที่ต่างกัน มีผลให้ความยาวและความกว้างของซากแตกต่าง กันอย่างไม่มีนัยสำคัญ โตยมีค่เฉลี่ยเท่ากับ 64.71:338 และ 25.05+1.67 เขนติมตร ตามลำดับ ส่วนพื้นที่หน้าตัด ของเนื้อสันพบว่ แพะที่ตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน มีพื้นที่หน้าตัตเนื้อสันเท่ากับ 13.66t1.92 ตารางเชนติมตร สูงกว่าแพะ ที่ตอนเมื่ออายุ 150 วัน และแพะที่ไม่ตอนอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ที่มีพื้นที่หน้าตัดเนื้อสัน 1164t135 และ 11.57#1.80 ตารางเซนติมตร ตามลำตับ แพะที่ตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน มีเปอร์เซ็นต์เนื้อ 7539+2 33 เปอร์เซ็นต์ สูง กว่าเปอร์เซ็นต์เนื้อของแพะที่ตอนเมื่ออายุ 150 วัน และแพะที่ไม่ตอนอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์เนื้อ เท่ากับ 73.70+1.97 และ 73.50:2 28 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สำหรับการตัดแต่งซากแบบสา กกล พบว่าเปอร์เซ็นต์ชิ้น เนื้อส่วนของสันสะเฮว ขาหลัง ชาหน้า และอก แตกต่างกันในแต่ละวิธีการทตสองอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่ขึ้นเนื้อสะโพก ไหล่ และคอ มีความแตกต่างกันในแต่ละวิธีการทตลองอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ส่วนคุณค่าทางโภชนะของเนื้อแพะ พบว่า เปอร์เซ็นต์โปรตีนในเนื้อแพะมีสวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญในแต่ละวิธีการทตลอง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.35+0.82 เปอร์เซ็นต์ แพะตอนเมื่ออายุ 7 วัน มีเปอร์เซ็นต์ซมันในเนื้อสันเท่ากับ 452+032 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่า แพะที่ตอนเมื่ออายุ 150 วัน และไม่ตอน อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ที่มีไขมัน 358#050 และ 2.08+057 เปอร์เซ็นต์ ตามลำตับ และเนื้อแพะที่ตอนเมื่ออายุ 150 วันมีใขมันในเนื้อสูงกว่าแพะที่ไม่ตอนอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ที่มีไซมัน เพียง 208*0.57 เปอร์เซ็นต์ ยังพบว่าการตอนตั้งแต่อายุ 7 วัน มีอิทธิพสร่วมกับการให้อาหารแUU FTMR feeding (P<0.05) ทำให้มีเปอร์เซ็นต์ไมันในเนื้อสูงขึ้น ต่ำความเหนียว-นุ่มของเนื้อ พบว่าแพะที่ตอนเมื่ออายุ 7 และ 150 วัน มีค่าความเหนียวนุ่มของเนื้อเท่ากับ 5.22t1.01 และ 5.04+1.01 กิโลกรัมต่อตารางเชนติมตร แตกต่างกันอย่างไม่มี นัยสำคัญ แต่มีความนุ่มสูงกว่าเนื้อแพะที่ไม่ตอนอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ซึ่งมีค่าตังกล่าวเท่ากับ 6. 74+1.02 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และวิธีการให้อาหารแบบ balance ration แล: FTMR feeding มีค่าความเหนียวนุ่ม ของเนื้อเท่ากับ 5.44+1.39 และ 5.26+050 กิโลกรัมต่อตารางเชนติมตร นุ่มกว่าการเลี้ยงโดยให้อาหารแบบ conventional feedng อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ที่มีค่ตังกล่าวสูงถึง 6.29:120 กิโลกรัมต่อตารางเชนดิมตร จากการทตสอบต้านประสาทสัมผัสของเนื้อ พบว่เนื้อแพะที่ได้จากแพะที่ไม่ตอนมีคะแนนเนื้อสัมผัสเท่ากับ 6.80+1.26 สูงกว่าแพะที่ตอนมื่ออายุ 7 และ 150 วัน (631:1.46 และ 6.41:1.51) อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) และ ตะแนนความชอบโตยรวมของเนื้อแพะที่ไม่ตอนซึ่งมีค่เท่ากับ 6.81:1.33 ก็สูงกว่าแพะที่ตอนเมื่ออายุ 7 วัน ที่มีค่ เท่ากับ 6.44:136 อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าแพะที่ไม่ตอนและมีการให้อาหารแบบ balance ration มีมีอิทธิพสร่วมกัน (P<0.05) ทำให้มีคะแนนเนื้อสัมผัสและความชอบโดยรวมสูงขึ้น